เมือง...ปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

            

            ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อยและรุนแรงมากกว่าปกติที่ก่อให้เกิดความสูญเสียมหาศาล เป็นสัญญาณที่บอกให้รู้ว่าถึงเวลาแล้วที่มนุษย์เราต้องหามาตรการปรับตัว (Adaptation) เพื่อให้สามารถรับมือกับปรากฏการณ์ดังกล่าวได้ ซึ่งการใช้วิธีต่าง ๆ เพื่อลดผลกระทบจากต้นเหตุ (Mitigation) เช่น การประหยัดพลังงาน การเพิ่มพื้นที่สีเขียว ยังคงไม่เพียงพอที่จะลดผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อมนุษย์และเมือง ปัจจุบันหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนจึงเน้นใช้ วิธีการรับมือ (Resilience) ควบคู่ไปกับ การรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างให้เมืองมีภูมิคุ้มกันและสามารถรับมือต่อสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปได้ โดยมีมาตรการทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของเมืองให้แข็งแกร่ง การให้ความรู้ ความเข้าใจ ซึ่งควรเริ่มต้นที่กลุ่มเปราะบาง (Vulnerable Community) อันได้แก่ บุคคล หรือชุมชนที่จะได้รับผลกระทบ และความเสียหายอย่างรุนแรงมากที่สุด แต่มีศักยภาพและขีดความสามารถในการรับมือน้อยที่สุด ดังนั้นเมื่อชุมชนที่ประสบภัยมีความตระหนักรู้ก็จะช่วยลดความรุนแรง ทั้งยังสามารถรับมือ และฟื้นฟูตนเองได้

        แนวคิดดังกล่าวจึงเป็นที่มาของ โครงการเครือข่ายเมืองในเอเชียเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Asian Cities Climate Change Resilience Network หรือ ACCCRN) ภายใต้การสนับสนุนจาก มูลนิธิร็อคกี้เฟลเลอร์ (The Rockefeller Foundation) ซึ่งในประเทศไทยมีสถาบันสิ่งแวดล้อมไทยเป็นองค์กรหลักในการดำเนินโครงการ โดยมีวัตถุประสงค์ส่งเสริมให้ 10 เมืองนำร่อง ใน 4 ประเทศของภูมิภาคเอเชีย คือ ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย และอินเดีย มีศักยภาพและความพร้อมเพื่อเตรียมรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยประสานงานกันเป็นเครือข่ายและร่วมมือกันระหว่างภาคีต่าง ๆ โดยเน้นใน 3 ประเด็นหลักคือ 1. สร้างการมีส่วนร่วม ความตระหนัก และเสริมสร้างศักยภาพของเมือง เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมจากภาคส่วน ต่าง ๆ ในการกำหนดและประเมินความเสี่ยงและผลกระทบที่เกิดขึ้นแล้วหรือที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต 2. สร้างเครือข่ายเมืองในประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้บทเรียนและประสบการณ์ 3. สร้างยุทธศาสตร์การรับมือกับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และผลักดันสู่การปฏิบัติในระดับนโยบาย ภาครัฐ

        ที่ผ่านมาการดำเนินโครงการฯ ในประเทศไทย มีเมืองที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วม คือ หาดใหญ่ และ เชียงราย ทั้ง 2 เมืองอยู่ในระหว่างดำเนินโครงการนำร่อง ได้แก่ เมืองหาดใหญ่ ภายใต้โครงการเครือข่ายบริหารจัดการอุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน สร้างชุมชนให้มีศักยภาพในการจัดการตนเอง สร้างศูนย์เตือนภัยอุทกภัยที่ใช้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพและทันสมัย เพื่อความแม่นยำในการทำนาย และลดความเสียหายที่เกิดขึ้น และ เมืองเชียงราย ภายใต้โครงการพัฒนาเขตเมืองเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกับแนวคิดการพัฒนาระบบนิเวศเมือง เพิ่มพื้นที่สีเขียว ให้ความรู้และสร้างความตระหนักแก่ชุมชนท้องถิ่นในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการเผาผลผลิตทางการเกษตร รวมถึงการอนุรักษ์แหล่งน้ำเพื่อเป็นแหล่งกักเก็บน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง และเป็นพื้นที่รองรับน้ำในฤดูน้ำหลาก

        เป้าหมายหลักของการดำเนินงานเพื่อมุ่งหวังให้โครงการดังกล่าวเป็นต้นแบบแก่เมืองอื่น ๆ ในการนำไปปฏิบัติต่อไป


แหล่งที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 18 มิถุนายน 2554

รายงาน :  สุญาณี สุทธิพงศ์ ส่วนส่งเสริมการจัดการ

[ประปาไทย.คอม] [นานาน่ารู้]