วิธีป้องกันภัยหน้าฝน

                                                                                                          

                 เข้าสู่หน้าฝนหรือฤดูฝนแล้ว จากที่ก่อนหน้านี้ต้องกลัวภัยธรรมชาติอันเนื่องจากพายุฤดูร้อน มาถึงตอนนี้คนไทยก็ต้องกลัว ภัธรรมชาติที่มากับฤดูฝน ซึ่งยุคปัจจุบันภัยธรรมชาติต่าง ๆ รุนแรงขึ้นมาก...

        ภัยธรรมชาติที่มักเกิดในช่วงหน้าฝนก็จำเป็นต้องกลัว ไม่ว่าจะน้ำท่วม ดินถล่ม ลมพายุรุนแรง ฟ้าผ่า!!!!

        

           ทางกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์สภาพอากาศและเตือนภัยจากสภาพอากาศในช่วงนี้ไว้ว่า ในระยะนี้ทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก จะมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ซึ่งประชาชนในพื้นที่บริเวณประเทศไทยตอนบน ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ต้องระมัดระวังอันตราย โดยเฉพาะจากสภาวะ
น้ท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

        ทั้งนี้ กล่าวสำหรับภัยจากฝน ภัย “พายุฝนฟ้าคะนอง” ข้อมูลคำแนะนำให้ความรู้ความเข้าใจในเชิงเตือนภัยจากบางแหล่ง ว่าไว้ว่ายามที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนองจะมี “ลมกระโชก” อาจเกิด “พายุหมุน” อาจมี “ลูกเห็บ” ตก และหากฝนตกต่อเนื่องหลายชั่วโมงอาจเกิด “น้ำท่วม” ฉับพลัน เกิด “น้ำป่า” ไหลหลาก เกิด “ดินถล่ม” ซึ่งเหล่านี้สามารถสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ และอาจจะได้อย่าง ’รุนแรง“ ด้วย

        กับการป้องกันภัยพายุฝนฟ้าคะนอง ก็ต้องสำเหนียกก่อนจะเกิดภัย ซึ่งก่อนเกิดพายุฝนฟ้าคะนองนั้น อากาศจะร้อนอบอ้าว ลมสงบ ความชื้นในอากาศสูงซึ่งจะรู้สึกเหนียวตัว จะเห็นเมฆก่อตัวเป็นรูปทั่งสีเทาเข้ม ยอดเมฆสูงกว่า 10 กม. และขณะเกิดพายุฝนฟ้าคะนองจะมีลมกระโชกแรง จะเกิดฟ้าแลบ ฟ้าร้อง และ “ฟ้าผ่า” ซึ่งการป้องกันภัยจากพายุฝนฟ้าคะนองก็ต้องติดตามสภาวะอากาศ ฟังคำเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา อาคารบ้านเรือน สิ่งปลูกสร้าง รวมถึงสิ่งปลูกสร้างสำหรับสัตว์เลี้ยงและพืชผลการเกษตร ก็ต้องซ่อมสร้างให้แข็งแรง

        และกับภัยฟ้าผ่า ที่ก็มักจะมาพร้องพายุฝนนั้น ก็ต้องติดตั้งสายล่อฟ้าสำหรับบ้าน อาคาร สิ่งปลูกสร้างสูง ๆ หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดขณะมีฟ้าคะนอง ไม่ใส่เครื่องประดับโลหะเมื่ออยู่กลางแจ้ง ขณะมีฝนฟ้าคะนอง รวมถึงต้อง ’งดใช้และปิดโทรศัพท์มือถือ“ ด้วย!!

        “ฟ้าผ่า” ยุคนี้ก็เกิดบ่อยมาก โดยที่ผ่านมามีคนไทยถูกฟ้าผ่าตายไปแล้วไม่น้อย และปีนี้เข้าหน้าฝนได้ไม่นานก็มีถูกฟ้าผ่าตายกันไปหลายรายแล้ว ซึ่งกับ “ฟ้าผ่า” นี้ ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ นักสื่อสารทางวิชาการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และประธานชมรมคนรักมวลเมฆ ระบุไว้ในเว็บไซต์ http://gotoknow.org/blog/weather/ และ http://cloudloverclub.com โดย
สังเขปคือ.....

        “ปรากฏการณ์อันตราย” อย่างฟ้าผ่านั้นจะเกิดในช่วงที่มีฝนฟ้าคะนอง ไม่ว่าจะเป็นช่วงหน้าร้อนซึ่งมีพายุฤดูร้อน หรือหน้าฝนซึ่งมีฝนตกชุก จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ควรจะเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับฟ้าผ่า และทำตัวให้ถูกต้องเพื่อลดความเสี่ยงในการถูกฟ้าผ่า โดยฟ้าผ่านั้นเกิดจากการที่ประจุไฟฟ้าวิ่งจากก้อนเมฆลงมาที่พื้นดิน ซึ่งประจุไฟฟ้าวิ่งอยู่ในก้อนเมฆ ถ้าเป็นการวิ่งจากเมฆก้อนหนึ่งไปยังเมฆอีกก้อนหนึ่งจะเกิดฟ้าแลบ

        กรณีฟ้าผ่าจากเมฆลงสู่พื้น ส่วนใหญ่สายฟ้ามักจะฟาดลงมายังจุดที่สูงที่สุดในบริเวณนั้น ๆ แต่ก็มีโอกาสที่สายฟ้าจะฟาดลงยังจุดที่ไม่ใช่จุดที่สูงที่สุดด้วยเช่นกัน และจุดที่สายฟ้าฟาดไม่จำเป็นต้องเป็นโลหะหรือตัวนำไฟฟ้าชั้นดีก็ได้ และที่ต้องรู้ไว้ก็คือ แม้สายฟ้าผ่าจะไม่ได้ฟาดถูกตัวจัง ๆ ก็สามารถทำอันตรายได้!! คล้าย ๆ กับการถูกไฟฟ้าดูดนั่นเอง!!

        อย่างเป็นหลักการ อันตรายจากฟ้าผ่าแบบนี้มี 2 กรณีคือ...กรณีที่ 1 เรียกว่า สไลด์ แฟลช (Side Flash) คือการที่กระแสไฟฟ้าวิ่งลงมาตามสิ่งที่สูงหรือลำต้นของต้นไม้ที่ถูกฟ้าผ่า แล้วอาจกระโดดเข้าหาวัตถุหรือสิ่งที่อยู่ใกล้ ๆ กรณีที่ 2 เรียกว่า สเต็ป โวลเทจ (Step Voltage) คือกรณีที่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ใกล้ ๆ สิ่งที่สูงหรือต้นไม้ที่ถูกฟ้าผ่า กระแสไฟฟ้าจะวิ่งลงมาแล้วอาจจะไหลออกสู่พื้นดินโดยรอบในแนวรัศมี ถ้ามีคนอยู่ในบริเวณนั้น ๆ ไฟฟ้าที่ไหลมาตามพื้นก็จะวิ่งเข้าขา ผ่านลำตัว และออกไปแขน ซึ่งกับสัตว์ที่ตายเพราะฟ้าผ่าในทุ่งโล่ง จริง ๆ แล้วมักจะไม่ได้ตายเพราะกระดิ่งผูกคอโลหะเป็นตัวล่อสายฟ้าตามที่เคยเข้าใจกัน แต่เป็นเพราะกรณีดังที่ว่ามา

        ทั้งนี้ ดร.บัญชา แนะนำ “วิธีป้องกันภัยฟ้าผ่า” ไว้ว่า...ถ้าอยู่ในที่โล่ง ให้รีบหาที่หลบที่ปลอดภัย เช่น อาคารใหญ่ รถยนต์ที่ปิดกระจกมิดชิด แต่ อย่าอยู่ใกล้ผนังอาคาร อย่าแตะตัวถังรถ และอย่ายืนหลบใต้ต้นไม้สูงเป็นอันขาด ถ้าหาที่หลบไม่ได้ ให้หมอบนั่งยอง ๆ เท้าชิดกัน เพื่อให้ตัวอยู่ต่ำที่สุด และลดจุดสัมผัสพื้น อย่านอนหมอบเพราะจะมีจุดสัมผัสพื้นมาก หากฟ้าผ่าใกล้ ๆ จะยิ่งอันตราย ถ้าอยู่ในบ้านหรืออาคาร ขณะมีฟ้าคะนองให้อยู่ห่างประตูและหน้าต่าง อย่าเพิ่งอาบน้ำ ปิด-ถอดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น ดึงสายอากาศทีวีออก งดใช้โทรศัพท์บ้าน เพราะเสาอากาศ-สายอากาศ สายโทรศัพท์ เป็นตัวล่อ-เป็นตัวนำไฟฟ้าอย่างดี

        รู้ไว้ใช่ว่า กับ ภัยฝน-ภัยฟ้าที่มักเกิดในช่วงนี้และเป็นภัยที่ในยุคนี้ดูจะเกิดถี่-รุนแรงมากขึ้น !!


แหล่งที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 19 พฤษภาคม 2554

[ประปาไทย.คอม] [นานาน่ารู้]