เลือกสีทาบ้านอย่างไรให้ปลอดภัย สารอันตราย VOCs

            ที่อยู่อาศัยซึ่งถูกเรียกว่า “บ้าน” ย่อมหมายถึง สถานที่ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย เพื่อผู้อยู่อาศัยจะได้ใช้เวลาในแต่ละวัน พักผ่อนหย่อนใจอย่างมีความสุข สมกับคำกล่าวที่ว่า “บ้านคือวิมานของเรา” หนึ่งในปัจจัยสี่ที่สำคัญสำหรับการดำรงชีวิตของมนุษย์

                นอกจากตัวบ้านจะต้องมีความแข็งแรง ทนทาน และให้ความรู้สึกปลอดภัยในเวลาเดียวกันแล้ว โครงสร้างอื่น ไม่ว่าจะเป็น หลังคา เสา พื้น หรือผนัง เพดาน อาจไม่ได้ทำหน้าที่แค่กันแดดกันฝนอย่างเดียว หากเจ้าของบ้านสามารถเลือกใช้ “สี” อย่างถูกต้อง ก็อาจได้สัมผัสบ้านในมิติที่ลึกซึ้งมากขึ้น เพราะนอกจากจะช่วยยืดอายุการใช้งานและเกิดความสวยงามชวนมองแล้ว สียังจะช่วยตอบสนองคนได้แทบทุกอารมณ์และความรู้สึก เพราะพลานุภาพแห่งสี สามารถสะท้อนอารมณ์ที่แจ่มใส ความรู้สึกที่เย็นตา สบายใจ พร้อมสมองปลอดโปร่งโล่งและมีชีวิตชีวา แต่ที่สุดแล้ว สิ่งที่สีที่ดีควรมีให้ผู้อยู่อาศัยก็คือ “ความปลอดภัย” เพื่อจะได้ปราศจากความกังวล และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมากขึ้น

            การเลือกสีทาบ้าน ไม่ว่าจะเป็นภายนอกหรือภายใน สามารถสะท้อนความเป็นตัวตนของเจ้าของบ้านได้อย่างดี แม้ปัจจุบันผู้บริโภคจะมีทางเลือกหลากหลายในการใช้สีตกแต่งอาคารหรือบ้าน เรือนก็ตาม แต่อย่างไรก็ยังต้องระวังภัยร้ายที่แอบแฝงมากับผลิตภัณฑ์สีทาบ้านเสมอ นั่นคือสารที่เรียกว่า “VOCs” เป็นกลุ่มสารอินทรีย์ที่เป็นไอระเหยง่ายและเป็นพิษในอากาศ ที่ผสมปะปนมากับสีสันอันสดสวย

            เจ้าสารพิษตัวนี้ปัจจุบันทั้งองค์การอนามัยโลก (WHO) และสหภาพยุโรปต่างให้ความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากพบว่า สามารถส่งผลกระทบต่อทางเดินหายใจและก่อมะเร็งได้อย่างดี โดยนอกจากจะพบในสีทาบ้านแล้ว ยังมีมากในควันบุหรี่ ยาย้อมผม ฯลฯ ผลิตภัณฑ์ซึ่งอยู่ในชีวิตประจำวันของเรา โดย ลักษณะจะเป็นของเหลว มีกลิ่นฉุน ระเหยง่าย และไวไฟ ระเหยเป็นไอได้ง่ายแม้ในอุณหภูมิห้อง และเข้าสู่ร่างกายคนได้ทั้งทางผิวหนัง ทางปาก และการสูดดม ทำให้เป็นผื่นคัน แสบตา น้ำตาไหล หายใจขัด หากใครได้รับสารในปริมาณมากก็จะทำลายระบบทางเดินหายใจ ระบบประสาท และอวัยวะภายในอื่นๆ หรือหากสะสมในร่างกายเป็นระยะเวลานานอาจก่อให้เกิดมะเร็ง ที่สำคัญสารพิษ VOCs นี้อยู่ในร่างกายคนเราได้นานถึง 30 ปี
 

            ดังนั้น ในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างในยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่น จึงมีการกำหนดค่า VOCs เป็นมาตรฐานสำคัญในการวัดระดับคุณภาพ อาทิ สีหรือสารเคลือบที่ใช้ภายในอาคารงานผนังหรือฝ้า ต้องมี VOCs ไม่เกิน Green Seal Standard GS-11 ส่วนสีกันสนิมหรือสีทนการสึกกร่อนที่ใช้ในงานโลหะภายในอาคาร VOCs ต้องไม่เกิน 250 g/L ที่ระบุไว้ใน Green Seal Standard GS 03 และสารเคลือบผิวไม้ต้องมี VOCs ไม่เกิน South Coast Air Quality Management District (SCAQMD) Rule 1113 เพื่อลดผลกระทบจากมลพิษในอากาศภายในอาคาร จากการปนเปื้อนที่มีกลิ่นไม่พึงประสงค์ หรืออาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพอนามัยของผู้ใช้อาคาร

            หากทุกคนเข้าใจและร่วมกันหลีกหนีภัยร้ายดังกล่าว ก็จะสามารถปกป้องบ้านอันเป็นที่รักได้แน่นอน ทีนี้เจ้าของบ้านก็จะเย็นใจได้ว่า “บ้านคือวิมาน” ที่จะสร้างความสุข ปลอดภัย ตลอดจนคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดีขึ้น พร้อมคืนความสมดุลให้สิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ ที่พร้อมจะบ่งบอกความเป็นตัวตนของคุณอย่างแท้จริง.

            คำแนะนำสำหรับการเลือกใช้สีทาบ้าน

            ควรเลือกใช้สีให้ตรงกับการใช้งานและเหมาะสมกับพื้นผิวมากที่สุด เช่น พื้นผิวไม้ควรใช้สีย้อมไม้ พื้นผิวปูนควรใช้สีน้ำอะคริลิก หรือสีน้ำพลาสติก ส่วนพื้นผิวเหล็กควรใช้สีสำหรับงานเหล็กโดยเฉพาะ เป็นต้น สามารถเลือกโทนสีตามใจชอบ แต่ไม่ควรทาเกิน 3 สีเพื่อให้สียังอยู่ในโทนเดียวกัน โดยเพิ่มลูกเล่นเข้ามา เช่น ลวดลายจากวอลเปเปอร์ กรอบรูป แจกันแขวน ฯลฯ เพื่อเพิ่มความโดดเด่นมากขึ้น สำหรับช่วงทาสีเสร็จใหม่ ๆ อาจมีกลิ่นฉุน และมีสารระเหยอินทรีย์ออกมา เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากการสูดดม โดยเฉพาะถ้าในบ้านมีเด็กเล็ก หลังทาสีเสร็จควรปล่อยให้แห้งไว้ประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อให้สีแห้งสนิทก่อนเข้าอยู่อาศัย เพราะค่า VOCs ไอระเหยจะสูงสุดในขณะกำลังทาสี และเมื่อสีกำลังแห้ง หากสีแห้งสนิทแล้วไอระเหยก็จะลดลงไปหลายเท่าตัว สิ่งสำคัญ เจ้าของบ้านจึงควรเลือกสีทาบ้านที่มีมาตรฐานฉลากเขียว เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพและร่วมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน


แหล่งที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 29มษายน 2556

รายงาน :  สุญาณี สุทธิพงศ์ ส่วนส่งเสริมการจัดการ

[ประปาไทย.คอม] [นานาน่ารู้]