เช็คความปลอดภัย 2,410 อาคารทั่วกรุง..ชีวิตคนเมืองยังต้องเสี่ยง!

                                                                                                             เจริญชัย จิรชัยรัตนสิน
วิศวกรชำนาญการ


            หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารสูงติด ๆ กันในช่วง
ที่ผ่านมา รุนแรงถึงขั้นมีผู้เสียชีวิตและยังเป็นอาคารขนาดใหญ่ที่เข้าข่ายว่าเป็นพื้นที่ชุมนุมคนมีผู้คนเข้าใช้งานจำนวนมาก ทำให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ในฐานะ หน่วยงานเจ้าของพื้นที่และเจ้าพนักงานที่มีอำนาจตามกฎหมายในการตรวจสอบควบคุมต้องออกมาสั่งการเร่งด่วนให้มีการสำรวจและเพิ่มมาตรการคุมเข้มความปลอดภัยอาคารสาธารณะที่คาดว่าทั่วกรุงเทพฯมีอยู่ราว ๆ 10,000 แห่ง

        จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้จะไม่ใช่กรณีไฟไหม้ใหญ่ครั้งแรก แต่ทุกครั้งที่เกิดก็สร้างความเสียหายไม่น้อย ทั้งทรัพย์สินและชีวิตของผู้คน ยิ่งเป็นอาคารในย่านใจกลางเมืองที่คนอาศัยอยู่หนาแน่นต้องลุ้นระทึกไปตาม ๆ กัน ทำให้เห็นว่าอาคารในพื้นที่กรุงเทพฯ ยังมีจุดบกพร่องที่ทำชีวิตคนกรุงมีความเสี่ยงอยู่ไม่น้อย  ตั้งแต่ปัญหาข้อกฎหมายที่อาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่ต่าง ๆ มีการก่อสร้างมานานแล้วแต่กฎหมายควบคุมอาคารยังไม่ได้ออกกฎเกณฑ์เฉพาะสำหรับอาคารขนาดใหญ่ เช่น ไม่มีการบังคับเรื่องการติดสปริงเกลอร์ ระบบระบายอากาศ ระบบลิฟต์ดับเพลิงไหม้  ระบบไฟฟ้าสำรอง  ระบบจ่ายน้ำดับเพลิง หรือการกำหนดพื้นที่ว่างพื้นที่ถนนรอบอาคารเพื่อให้รถดับเพลิงสามารถเข้าพื้นที่ได้สะดวก โดยกฎหมายมีการควบคุมบังคับสำหรับอาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษขึ้นเมื่อปี  2535 ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 33 พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร และมีการออกกฎหมายที่เข้มงวดมากขึ้น ในปี 2548 ที่กำหนดให้มีการตรวจสอบความปลอดภัยอาคาร 9 ประเภทครอบคลุมอาคารสาธารณะอาคารขนาดใหญ่ที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก ประกอบด้วย 

    1. อาคารสูง อาคารที่มีความสูงตั้งแต่ 23 เมตรขึ้นไป
   
2. อาคารขนาดใหญ่พิเศษ อาคารที่มีพื้นที่รวมกันทุกชั้นในหลังเดียวกันตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป 
    3. อาคารชุมชนคน อาคารที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 1,000 ตารางเมตรขึ้นไป หรือชุมนุมคนได้ตั้งแต่ 500 คนขึ้นไป
   
4. โรงมหรสพ ฉายภาพยนตร์ แสดงละคร แสดงดนตรี หรือการแสดงรื่นเริงอื่นใด
   
5. โรงแรม ตามกฎหมายว่าด้วยโรงแรมที่มีจำนวนห้องพักตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไป 
    6. อาคารชุด ตามกฎหมายว่าด้วยอาคารชุด หรืออาคารอยู่อาศัยรวม มีพื้นที่ตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป
   
7. อาคารโรงงาน ที่สูงกว่า 1 ชั้น และมีพื้นที่ตั้งแต่ 5,000 ตารางเมตรขึ้นไป
   
8. ป้าย สูงตั้งแต่ 15 เมตรขึ้นไปหรือมีพื้นที่ตั้งแต่ 50 ตารางเมตรขึ้นไป หรือป้ายที่ติดหรือตั้งบนหลังคาหรือดาดฟ้าของอาคารที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 25 ตารางเมตรขึ้นไป และ
   
9. สถานบริการ ตามกฎหมายว่าด้วยสถานบริการที่มีพื้นที่ตั้งแต่ 200 ตารางเมตรขึ้นไป
   
ซึ่งอาคารทั้ง
9 ประเภทนี้จะต้องมีการตรวจประจำปี  และการตรวจสอบใหญ่ทุก 5 ปี

        ทั้งนี้อาคารที่แต่ละสำนักงานเขตกำลังเร่งตรวจสอบ แยกตามรายเขตมีดังนี้ 

1. เขตคลองเตย มีอาคารสูง 184 อาคาร   
2. เขตคลองสามวา มีประมาณ 40 อาคาร 
3. เขตคลองสามวา ไม่มีอาคารสูงตามกฎหมายแต่มีอาคารที่คนใช้งานมากที่เขตจะเข้าตรวจสอบ 6 แห่ง เป็นอาคารชุด
   และห้าง
1 แห่งรวม 7 แห่ง                     
4. เขตคันนายาว 9 อาคารเป็นคอนโดมิเนียม โรงพยาบาล และสถานบันเทิง 
5. เขตจตุจักรมีประมาณ 100 อาคารส่วนใหญ่เป็นอาคารสำนักงาน        
6. เขตจอมทอง มี 11 อาคาร เป็นโรงแรมและสำนักงาน 
7. เขตดอนเมือง  มี 73 อาคาร                 
8. เขตดินแดง มี 60 อาคารเฉพาะที่เป็นอาคารสูง         
9. เขตดุสิต มีอาคารเข้าข่ายอาคารสูง 5 แห่งและมีอาคารที่ชุมนุมคนที่เขตมีแผนจะตรวจสอบอีก 9 แห่งรวมเป็น 14 แห่ง 
10. เขตตลิ่งชัน มีประมาณ 10 อาคารส่วนใหญ่เป็นคอนโดมิเนียม             
11. เขตทวีวัฒนา  มี 8 แห่ง เป็นโรงพยาบาล มหาวิทยาลัย  และบริษัทเอกชน
12. เขตทุ่งครุ มี 15 อาคาร อยู่ในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 10 อาคาร ที่เหลือเป็นอาคารพักอาศัย 
13.เขตธนบุรี มี 60 อาคาร
14. เขตบางกะปิ มีอาคารสูง 31 อาคาร 
15. เขตบางกอกน้อย  มี 28 อาคารเป็นอาคารสูงและห้างสรรพสินค้า 
16. เขตบางกอกใหญ่ มี  25 อาคาร เป็นอาคารที่ชุมนุมคนสูง 5 ชั้น โรงแรมขนาดเล็ก และห้างสรรพสินค้า 
17.เขตบางขุนเทียนมีอาคารสูง 6 อาคาร 
18.เขตบางเขน มี 60 อาคารที่เขตจะทำแผนเข้าตรวจสอบ
19.เขตบางคอแหลม มี 26 อาคาร 
20. เขตบางแค  เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างสำรวจ **
21. เขตบางซื่อ มี 60 อาคาร 
22.เขตบางนา มี 30 อาคารเขตทำแผนออกตรวจทุกวันอังคารและวันพฤหัส ขณะนี้ตรวจไปแล้ว 5 อาคารพบว่าเป็นไปตามกฎหมาย 
23. เขตบางบอน มีอาคารสูงเพียง 1 แห่ง เป็นหอพัก
24. เขตบางพลัด มี 40 อาคาร มีทั้งโรงแรม สถานประกอบการและอาคารสูง
25. เขตบางรัก มีเฉพาะอาคารสูง 85 อาคารที่จะเร่งตรวจสอบความปลอดภัยก่อน ส่วนอาคารขนาดใหญ่และอาคารประเภทอื่น ๆ จะทยอย
     สำรวจต่อไป

26. เขตบึงกุ่ม มีจำนวน 55 อาคาร
27. เขตปทุมวันมีจำนวน 120 อาคาร มีทั้งอาคารสูง อาคารชุมนุมคน 
28. เขตประเวศ มีจำนวน 49 อาคาร 
29. เขตป้อมปราบศัตรู พ่าย มีจำนวน 49 อาคาร มีอาคารหลายประเภท มีทั้งอาคารสูง อาคารใหญ่พิเศษ อาคารชุมนุมคน
30. เขตพญาไท มีจำนวน 22 อาคาร
31. เขตพระนคร มีจำนวน 10 อาคาร มีทั้งโรงแรม ศูนย์การค้า สำนักงาน 
32. เขตพระโขนง มีจำนวน 30 อาคาร
33. เขตภาษีเจริญ มีจำนวน 36 อาคาร มีคอนโดมิเนียม ที่อยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่
34. เขตมีนบุรี มีจำนวน 27 อาคาร  มีโรงงาน ห้างสรรพสินค้า คอนโดมิเนียม มหาวิทยาลัย
35.เขตยานนาวา มีจำนวน 70 อาคาร มีทั้งศูนย์การค้า อาคารชุมนุมคน โรงแรม
36.เขตราชเทวี มีจำนวน 89 อาคาร
37.เขตราษฎร์บูรณะ มีจำนวน 17 อาคาร  มีทั้งอาคารขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า  โรงภาพยนตร์
38. เขตลาดกระบัง มีจำนวน 14 อาคาร มีทั้งที่พักอาศัย  มูลนิธิ โรงแรม ภัตตาคาร คอนโดมิเนียม
39. เขตลาดพร้าว มีจำนวน 34 อาคาร
40. เขตวังทองหลาง มีจำนวน 29 อาคาร
41. เขตวัฒนา มีจำนวน 251 อาคาร มีอาคารหลายประเภท ทั้งอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่ คอนโดมิเนียม
42. เขตสะพานสูง มีจำนวน 16 อาคาร มีที่พักอาศัย สถานบริการ สถานที่ชุมนุมคน
43. เขตสาทร มีจำนวน 75 อาคาร
44. เขตสายไหม มีจำนวน 26 อาคาร มีอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่ อาคารชุมนุมคน สถานบริการ
45. เขตสัมพันธวงศ์ มีจำนวน 18 อาคาร
46. เขตสวนหลวง มีจำนวน 72 อาคาร 
47. เขตหนองจอก มีจำนวน 2 อาคาร มีห้างสรรพสินค้า และมหาวิทยาลัย
48.เขตหนองแขม มีจำนวน 8 อาคาร 
49. เขตหลักสี่ มีจำนวน 65 อาคาร มีทั้งห้างสรรพสินค้า และอาคารสูง
50. เขตห้วยขวาง มีจำนวน 300 อาคาร มีทั้งอาคารสูง อาคารขนาดใหญ่ คอนโดมิเนียม
  
รวมมีอาคารที่จะเร่งตรวจสอบ
  2,410 อาคาร
 
 


        ที่ผ่านมาหากการเข้าไปตรวจสอบอาคารเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดไว้คงจะช่วยให้ประชาชนอุ่นใจได้มากขึ้น แต่ความเป็นจริงในปัจจุบันการตรวจสอบอาคารไม่สามารถดำเนินการได้ครอบคลุมทั้งหมด” จากข้ออ้างเรื่องข้อจำกัดของจำนวนเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะในเขตเศรษฐกิจที่มีอาคารสูงก่อสร้างจำนวนมาก ลำพังตรวจแค่อาคารที่กำลังสร้างก็งานล้นมืออยู่แล้ว ไหนจะเรื่องอาคารที่มีการร้องเรียนเข้ามา การจะเข้าไปตรวจสอบอาคารที่สร้างเสร็จแล้วยิ่งเป็นไปได้ยากในทางปฏิบัติ 
 
        ประกอบกับการไม่รับผิดชอบต่อสังคมของเจ้าของตึกสูงหรืออาคารที่แอบต่อเติมดัดแปลงอาคารเพื่อผลประโยชน์ด้วยความเห็นแก่ตัว  ทำให้ประชาชนที่ใช้อาคารมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัยมากขึ้นไปอีก นอกจากนี้การจัดเก็บข้อมูลอาคารต่าง ๆ ของหน่วยราชการเพื่อเป็นข้อมูลให้ง่ายต่อการวางแผนตรวจสอบ ก็ยังไม่มีการจัดเก็บอย่างเป็นระบบ  ทั้งที่เป็นเรื่องพื้นฐานซึ่งมี 2 ฝ่ายที่เกี่ยวข้องโดยตรง ต้องปฏิบัติ คือ ทั้งสำนักการโยธาในฐานะหน่วยงานที่เป็นผู้อนุญาตให้มีการก่อสร้างและมีหน้าที่ในการตรวจสอบควบคุมอาคาร  และสำนักงานเขตในฐานะเจ้าพนักงานท้องที่ที่มีอำนาจในการออกคำสั่งควบคุม แก้ไขและดำเนินคดีกับเจ้าของอาคารที่ทำผิดกฎหมาย

        การตรวจสอบควบคุมอาคารเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยลดความสูญเสียและความเสียหายที่จะเกิดขึ้นจากเหตุไม่ปลอดภัยต่าง ๆ เช่น เหตุไฟไหม้  อาคารถล่มจากการดัดแปลงการใช้งาน เป็นต้น การตรวจสอบอาคารสามารถป้องกันไม่ให้เหตุการณ์รุนแรงหรือลุกลามไปจนสร้างผลกระทบในวงกว้าง  ดังนั้นจึงเป็นภารกิจเร่งด่วนที่ กทม. รวมถึงกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้โดยตรงจะต้องใส่ใจทบทวนจุดบกพร่องในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบและเร่งแก้ไข

        ตราบใดที่ยังไม่มีคำตอบผลตรวจสอบความปลอดภัยอาคาร  คนกรุงที่ใช้ชีวิตประจำวันในตึกสูง รวมทั้งภารกิจ ที่ต้องไปทำงานพบปะผู้คนหรือการพักผ่อน ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า  โรงภาพยนตร์ สถานบริการ หรือโรงแรม  คงต้องอยู่บนความเสี่ยงต่อไป.



แหล่งที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 19 มีนาคม 2555

[ประปาไทย.คอม] [นานาน่ารู้]