เลือกบ้านสำเร็จรูปแบบไหนดี


            บ้านสำเร็จรูป หรือบางครั้งเรียกว่า บ้านน็อกดาวน์
เพิ่งมีการทำตลาดในประเทศไทยมาไม่นานนัก โดยเริ่มจากการขายศาลาไม้สักสำเร็จรูป แล้วพัฒนามาเป็นบ้านไม้สักสำเร็จรูปขายกันแบบยกหลัง เมื่อตกลงซื้อขายแล้ว คนขายจะขนศาลาหรือบ้านทั้งหลังมาตั้งบนที่ดินของเราได้ทันที โดยอาจมีการทำฐานราก หรือตอกเสาเข็มเตรียมไว้ก่อน
            ปัจจุบันมีการพัฒนาตลาดบ้านสำเร็จรูปและบ้านกึ่งสำเร็จรูปมากขึ้น เราสามารถแบ่งประเภทของบ้านสำเร็จรูปได้ 2 แบบหลัก ๆ คือบ้านสำเร็จรูปเต็มรูปแบบ กับบ้านกึ่งสำเร็จรูป
 

            บ้านสำเร็จรูปเต็มรูปแบบ จะมีการก่อสร้างหน้างานน้อยถึงน้อยที่สุด ตัวบ้านทั้งหมดถูกสร้างในโรงงาน เมื่อสร้างหรือทำบ้านเสร็จแล้ว จึงยกบ้านทั้งหลังมายังที่ดิน โดยต้องตอกเสาเข็มและทำฐานรากในที่ดินเตรียมเอาไว้ก่อน มักเป็นบ้านขนาดเล็ก เพราะข้อจำกัดเรื่องการขนส่ง

            บ้านกึ่งสำเร็จรูป จะผลิตชิ้นส่วนของบ้านเป็นชิ้น ๆ ในโรงงาน จากนั้นจึงนำชิ้นส่วนไปประกอบเป็นตัวบ้าน ณ สถานที่ก่อสร้าง บ้านสำเร็จรูปในปัจจุบันเกือบทั้งหมดใช้แนวทางการก่อสร้างในลักษณะนี้ มีน้อยมากที่เป็นบ้านสำเร็จรูปเต็มรูปแบบ

        บ้านกึ่งสำเร็จรูปแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ บ้านโครงโลหะ บ้านผนังคอนกรีตสำเร็จรูป และบ้านชิ้นส่วนสำเร็จรูป

        บ้านโครงโลหะ ใช้ระบบโครงสร้างหลักและโครงผนังเป็นโลหะ จึงมีน้ำหนักเบา ทำให้ค่าเสาเข็มและฐานรากมีราคาไม่แพง สร้างได้รวดเร็ว โดยไม่ต้องใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ งานก่อสร้างค่อนข้างเรียบร้อย เพราะเป็นงานก่อสร้างแบบแห้งเป็นส่วนใหญ่ แต่ข้อเสียก็คือ โครงสร้างภายในไม่กันน้ำ ต้องยาแนวรอยต่อให้ดี ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาเรื่องสนิมที่โครงสร้างภายใน

        บ้านผนังคอนกรีตสำเร็จรูป ใช้ผนังบ้านเป็นโครงสร้างรับน้ำหนัก โดยไม่มีเสาและคาน ผนังบ้านจึงมีความแข็งแรงมาก ไม่กลัวความชื้นและน้ำ ราคาถูกกว่าบ้านโครงสร้างโลหะเพราะวัสดุก่อสร้างราคาถูกกว่า อีกทั้งไม่ต้องบุผิวหรือฉาบปูนผนัง แต่ข้อเสียคือ ผนังชนิดนี้มีน้ำหนักมาก ต้องใช้เครื่องจักรใหญ่ในการก่อสร้าง ใช้เวลาก่อสร้างนานกว่าแบบโครงโลหะ และมีข้อด้อยเรื่องการต่อเติมหรือขยายบ้านในอนาคต

        บ้านชิ้นส่วนสำเร็จรูป โครงสร้างหลักของบ้าน เสา คาน พื้น เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กที่ทำสำเร็จจากโรงงาน ถูกนำมาติดตั้งเป็นโครงบ้านแล้วเทคอนกรีตหุ้มรอยต่อของเสาและคานเข้าด้วยกัน จากนั้นจึงขึ้นโครงหลังคาเหล็กแล้วก่อผนังด้วยวัสดุก่อต่าง ๆ เช่น อิฐมอญหรืออิฐมวลเบา เป็นต้น

        ข้อดีของระบบนี้ คือ โครงสร้างเป็นระบบเสาและคาน รวมทั้งผนังใช้วิธีการก่อสร้างแบบเดิม ทำให้สามารถปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงบ้านด้วยวิธีปกติเหมือนบ้านทั่วไป แต่มีข้อจำกัดคือ ต้องใช้เวลาก่อ สร้างมากกว่าบ้านสำเร็จรูปแบบอื่น ๆ

        สรุปข้อดีของบ้านสำเร็จรูป คือ ใช้เวลาก่อสร้างน้อย เมื่อเทียบกับการสร้างบ้านแบบปกติ มีขยะจากการก่อสร้างน้อย เพราะใช้วัสดุสำเร็จรูป หรือผลิตสำเร็จจากโรงงานเป็นส่วนใหญ่ คุณภาพของการก่อ สร้างเรียบร้อยสวยงามกว่าการก่อสร้างแบบปกติ

        ข้อเสีย คือ มีรูปแบบบ้านจำกัด เจ้าของบ้านต้องมีที่ดินอยู่แล้ว ที่สำคัญ การก่อสร้างบ้านสำเร็จรูป เป็นการนำชิ้นส่วนมาประกอบเข้าด้วยกัน ทำให้มีรอยต่อของวัสดุค่อนข้างมาก หากติดตั้งและจัดการกับรอยต่อวัสดุไม่ดี จะทำให้บ้านมีปัญหา โดยเฉพาะรอยต่อระหว่างหัวเสาและปลายคาน

        ข้อสังเกต ปัจจุบันบริษัทหลายแห่ง ประกาศตัวว่าขายบ้านสำเร็จรูป แต่กลับใช้เทคนิคการก่อสร้างแบบปกติ เพียงแค่ใช้โครงสร้างเหล็กเพื่อลดน้ำหนักบ้าน และลดเวลาการทำงานลงได้เล็กน้อยเท่านั้น ชิ้นส่วนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นพื้น ผนัง และหลังคา เป็นการก่อสร้างแบบปกติทั้งสิ้น ถือว่ามีความเป็นบ้านแบบสำเร็จรูปน้อยมาก ส่งผลให้ใช้เวลาก่อสร้างนาน และมีคุณภาพไม่ต่างจากงานก่อสร้างปกติแต่อย่างใด

        ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อบ้านสำเร็จรูปใด ๆ ควรตรวจสอบและเปรียบเทียบวิธีการก่อสร้าง และการใช้วัสดุก่อสร้างของแต่ละเจ้า เพื่อหาบริษัทขายบ้านสำเร็จรูปที่เหมาะสมกับความต้องการให้มากที่สุด
            

แหล่งที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 12 มกราคม 2556

รายงาน :  เจริญชัย จิรชัยรัตนสิน ส่วนส่งเสริมการจัดการ

[ประปาไทย.คอม] [นานาน่ารู้]