ภัยแล้ง ที่อาจลุกลามจนเกิดเป็นสงครามแย่งชิงน้ำ

                          สถานการณ์ ภัยธรรมชาติ ในประเทศไทยในช่วงต้นปี 2557 นี้ ที่ รุนแรง-น่าเป็นห่วง ก็เป็นอย่างที่ ตั้งแต่เดือน ม.ค. นั่นคือกรณี ภัยแล้งที่อาจลุกลามจนเกิดเป็น สงครามแย่งชิงน้ำ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

 
                ทั้งนี้ ณ ที่นี้ชูธงนำสะท้อนคำเตือนของ รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต เอาไว้ สรุปได้ว่า...’ที่น่ากังวลมากในปีนี้คือภาวะภัยแล้ง“ เพราะน้ำต้นทุนในเขื่อนหลัก เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีแค่ประมาณ 35% ซึ่งน้อยกว่าช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว ถือว่าน้อยมาก “สถานการณ์น้ำ” มีแนวโน้ม “มีความเสี่ยงมาก” เกรงว่าจะเกิดการแย่งน้ำระหว่างภาคเกษตร กับการอุปโภค-บริโภค

                นอกจากนี้ ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2557 ณ ที่นี้ก็ยังชูธงนำสะท้อนคำเตือนของ ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ประธานกรรมการมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ บางช่วงบางตอนคือ... หลายประเทศมีสภาพอากาศไม่ปกติ ในไทยในปีนี้ก็คาดว่าฝนจะมาช้า และไม่มาก ซึ่งน้ำต้นทุนในเขื่อนมีน้อย เมื่อเทียบกับปี 2555-2556 จะทำให้มีการแย่งน้ำกัน “ภัยแล้งไม่เหมือนน้ำท่วม น้ำท่วมเรายังมีน้ำให้บริหารจัดการ แต่ภัยแล้งเราไม่มีน้ำเลย จะเกิดความเดือดร้อนกันมาก”

                มาถึงตอนนี้ ภัยแล้งในไทยรุนแรงแล้ว แม้ไม่เกิด สงครามแย่งชิงน้ำ แต่ก็ไม่แน่

                กับ ภัยแล้ง ซึ่งสามารถทำให้เกิดปัญหาเดือดร้อนกันมากนั้น หากจะดูกันโดยภาพรวมในเชิงวิชาการ ก็มีข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุไว้ว่า
สาเหตุของการเกิดภัยแล้งมี 2 ประการหลัก ๆ คือ เกิดโดยธรรมชาติ เพราะการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิโลก ของสภาพภูมิอากาศ ของระดับน้ำทะเล รวมถึงจากภัยธรรมชาติ เช่น วาตภัย แผ่นดินไหว, เกิดโดยมนุษย์ เช่น จากการทำลายชั้นโอโซน ผลกระทบของภาวะเรือนกระจก การพัฒนาอุตสาหกรรม ตัดไม้ทำลายป่า ทั้งนี้ สำหรับในไทย ในอดีตเกิดจากฝนแล้ง ฝนทิ้งช่วง ซึ่งฝนแล้งคือภาวะที่ฝนตกน้อยกว่าปกติหรือไม่ตกตามฤดูกาล

                ฝนแล้ง มีความหมายอย่างไร?? คำตอบแยกได้เป็น 4 ด้าน คือ...ด้านอุตุนิยมวิทยา หมายถึงสภาวะที่มีฝนน้อยหรือไม่มีฝนเลยในช่วงเวลาหนึ่ง ซึ่งปกติควรต้องมีฝน โดยขึ้นอยู่กับสถานที่และฤดูกาล ณ พื้นที่นั้น ๆ ด้วย, ด้านการเกษตร หมายถึงสภาวะการขาดแคลนน้ำของพืช, ด้านอุทกวิทยา หมายถึงสภาวะที่ระดับน้ำผิวดินและใต้ดิน หรือน้ำในแม่น้ำลำคลอง ลดลง และ ด้านเศรษฐศาสตร์ ฝนแล้งหมายถึงสภาวะการขาดแคลนน้ำ ซึ่ง กระทบต่อสภาพเศรษฐกิจ

                สำหรับ ฝนทิ้งช่วง ก็มีความหมายในทางวิชาการเช่นกัน กล่าวคือหมายถึงช่วงที่มีปริมาณฝนตกไม่ถึงวันละ 1 มิลลิเมตร ติดต่อกันเกิน 15 วัน ในช่วงฤดูฝน ซึ่งเดือนที่มีโอกาสเกิดสภาวะฝนทิ้งช่วงสูงคือเดือน มิถุนา และ กรกฎา

                ทั้งโดยธรรมชาติ โดยมนุษย์ ในไทยกำลังแล้ง อย่างรุนแรง และร้ายแรง เคยเกิดเป็นประจำ

                จากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา มีการระบุไว้อีกว่า...ภัยแล้งในไทยมักเกิดใน 2 ช่วงคือ...ช่วงฤดูหนาวต่อเนื่องถึงฤดูร้อน ซึ่งตั้งแต่ครึ่งหลังของเดือน ต.ค. บริเวณประเทศไทยตอนบน ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก จะมีปริมาณฝนลดลงเป็นลำดับ ซึ่งภัยแล้งลักษณะนี้จะเกิดขึ้นประจำ อีกช่วงคือช่วงกลางฤดูฝน ประมาณปลายเดือน มิ.ย. ถึงเดือน ก.ค. มักมีฝนทิ้งช่วงเกิดขึ้น ภัยแล้งลักษณะนี้จะเกิดเฉพาะบริเวณ แต่บางครั้งก็อาจครอบคลุมทั่วประเทศได้

                แถบภาคอีสานตอนกลาง เป็นพื้นที่เสี่ยงเกิดภัยแล้ง เพราะเป็นบริเวณที่อิทธิพลมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เข้าไม่ถึง และถ้าปีใดไม่มีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนผ่าน ก็จะก่อให้เกิดภัยแล้งที่รุนแรงมาก แต่ก็ใช่ว่าภัยแล้งในไทยมักจะเกิดแค่ภาคอีสานตอนกลาง ก็ยังมีพื้นที่อื่น ๆ ที่มักประสบปัญหาภัยแล้งเป็นประจำ ซึ่งการเกษตรก็เป็นส่วนแรกที่ได้รับผลกระทบ

            ไทยเป็นประเทศที่ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เมื่อเกิดภัยแล้ง กิจกรรมการเกษตรจึงมักจะเสียหายมาก อย่างไรก็ตาม หากจะจำแนก “ผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง” ในเชิงวิชาการ ก็จะจำแนกได้เป็น 3 ด้าน ได้แก่

               
1. ด้านเศรษฐกิจ คือ สิ้นเปลืองและสูญเสียผลผลิตด้านเกษตร ปศุสัตว์ ป่าไม้ การประมง เศรษฐกิจทั่วไป เช่น ราคาที่ดินลดลง โรงงานเกิดความเสียหาย เกิดการว่างงาน สูญเสียอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว พลังงาน อุตสาหกรรมขนส่ง

                2. ด้านสิ่งแวดล้อม คือ ขาดแคลนน้ำ กระทบต่อสัตว์ต่าง ๆ เกิดโรคกับสัตว์ สูญเสียความหลากหลาย รวมถึงกระทบด้านอุทกวิทยา ทำให้ระดับและปริมาณน้ำลดลง พื้นที่ชุ่มน้ำลดลง ความเค็มของน้ำเปลี่ยนแปลง ระดับน้ำในดินเปลี่ยนแปลง คุณภาพน้ำเปลี่ยนแปลง เกิดการกัดเซาะของดิน ไฟป่าเพิ่มขึ้น คุณภาพอากาศแย่ สูญเสียทัศนียภาพ เป็นต้น

                3.  ด้านสังคม คือ กระทบสุขภาพอนามัยผู้คน การจัดการคุณภาพชีวิตลดลง ก่อให้เกิดความขัดแย้งในการใช้น้ำ

                ทั้งนี้ สรุปจากที่ว่ามาปีนี้ ภัยแล้งคุกคามไทยรุนแรง อีกแล้ว ซึ่ง ภัยแล้งก่อให้เกิดปัญหาเดือดร้อนได้มาก ทั้งต่อการดำรงชีวิตของผู้คน และต่อสภาวะเศรษฐกิจ ทั้งระดับตัวบุคคล ไปจนถึงภาพรวมของประเทศ

แหล่งที่มา : หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก  ฉบับวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2557

รายงาน :   ส่วนส่งเสริมการจัดการ สำนักบริหารจัดการน้ำ

[ประปาไทย.คอม] [นานาน่ารู้]