ข้อควรรู้เรื่องเหล็กเส้นก่อสร้าง เรื่องไม่เล็กที่ต้องใส่ใจ

              เมื่อตัดสินใจจะต่อเติมบ้าน หรือสร้างบ้านสักหลัง หลายคนคงมองข้ามเรื่องโครงสร้างพื้นฐานของบ้านไป ทั้งที่เป็นงานลำดับต้น ๆ ของการทำบ้าน เพราะเชื่อว่าเป็นหน้าที่ของผู้รับเหมา และเป็นเรื่องไกลตัวที่ไม่จำเป็นต้องรู้ แต่ถ้าต้องการบ้านที่แข็งแรง ปลอดภัย และคุ้มกับค่าเงินที่เสียไป ก็ควรให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นงานฐานราก เสา คาน พื้น โครงหลังคา ระบบท่อประปาและไฟฟ้า    โดยเฉพาะควรใส่ใจองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของงานโครงสร้างพื้นฐานอย่าง เหล็กเส้นก่อสร้าง ซึ่งเปรียบเสมือนหัวใจหลักที่จำเป็นต้องใช้ในทุกงานโครงสร้าง เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นให้กับบ้าน

 
             เหล็กในงานโครงสร้างมี 2 ประเภท ได้แก่ เหล็กเส้นกลม และเหล็กข้ออ้อย เหล็กเส้นกลม (Round Bars) ชั้นคุณภาพ SR24 ความยาวที่ 10 เมตร ได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม 20-2543 ใช้สำหรับงานก่อสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดเล็กและใช้ร่วมกับโครงสร้างขนาดกลางและใหญ่
เหล็กข้ออ้อย (Deformed Bars) ชั้นคุณภาพ SD40 และ SD50 ความยาวที่ 10 เมตร และ 12 เมตร ได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม 20-2548 เหมาะสำหรับงานก่อสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดกลางและใหญ่

            ความแตกต่างระหว่างการใช้เหล็กเส้นที่ได้มาตรฐาน หรือที่เรียกว่า “เหล็กเต็ม” ซึ่งเป็นเหล็กที่มีคุณภาพเต็มขนาดได้น้ำหนักตามมาตรฐาน มอก. และเหล็กที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือที่เรียกว่า “เหล็กเบา” หรือ “เหล็กไม่เต็ม” เป็นเหล็กที่ถูกรีดให้เบากว่ามาตรฐาน ซึ่งค่าการรับแรงต่าง ๆ อาจจะไม่เป็นไปตามมาตรฐาน มอก. ทำให้มีผลกระทบในการรับแรงกดและแรงดึงได้น้อยลง อาจทำให้โครงสร้างพังทลายภายหลังการก่อสร้างเสร็จ หรือขณะกำลังก่อสร้าง ซึ่งผู้รับเหมาบางรายอาจเอาเปรียบลูกค้าด้วยการนำเหล็กเบามาใช้ในการก่อสร้าง เพื่อลดต้นทุน จงจำไว้เสมอว่า... “ราคาเหล็กที่ต่างกัน คุณภาพย่อมต่างกัน”

        วิธีการตรวจสอบเบื้องต้นโดยวิธีการสังเกตเหล็กเส้นที่ได้มาตรฐานทำได้ง่าย ๆ ดังนี้

        1. เนื้อเหล็ก เหล็กเส้นกลมต้องมีผิวเรียบเกลี้ยง ไม่มีปีก ไม่มีรูตามดหรือเป็นลูกคลื่น หน้าตัดต้องกลมไม่เบี้ยว ส่วนเหล็กข้ออ้อยต้องมีบั้งเป็นระยะเท่า ๆ กันสม่ำเสมอตลอดทั้งเส้น บั้งและครีบต้องมีขนาดและรูปร่างเหมือน ๆ กัน มีสัญลักษณ์ ตราสินค้า ชื่อยี่ห้อสินค้า ชั้นคุณภาพ ชนิดเหล็ก และขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ปั๊มมาบนผิวเหล็ก

        2. ป้ายรายละเอียดเหล็ก มีรายละเอียดบนป้ายเหล็กที่สำคัญ อาทิ ชื่อบริษัท, ประเภทสินค้า (Type), ชั้นคุณภาพ (Grade), ขนาด (Size), ความยาว (Length), จำนวนเส้นต่อมัด (PSC : Bundle), เลขที่เตาหลอม (Batch,Head), วัน/เวลาที่ผลิต (Date/Time), เครื่องหมายและเลขที่ มอก.

        3. ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ต้องได้เกณฑ์ตามมาตรฐาน มอก. กำหนด เช่น เหล็ก 9 มม. จะต้องมีเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ 9 มม. ขึ้นไป ขนาดต้องเท่ากันตลอดเส้น ความยาวเท่ากันทุกเส้น จำนวนเส้นในมัดครบถ้วน

            เรื่องเหล็กจึงไม่ใช่เรื่องเล็กที่สามารถละเลยได้ หากคุณต้องการบ้านที่มั่นคง แข็งแรง และสวยงาม ควรหันมาใส่ใจตั้งแต่งานฐานราก มีความรู้เรื่องเหล็กและเรื่องโครงสร้างบ้าน รวมทั้งเลือกผู้รับเหมาที่เชื่อถือได้ ใส่ใจเรื่องวัสดุที่ใช้ก่อสร้าง และคอยสังเกตปัญหาของบ้าน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าบ้านจะเป็นวิมานที่ทุกคนอยู่อาศัยได้อย่างสบายใจและยาวนาน.


แหล่งที่มา : หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก  ฉบับวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2557

รายงาน :   ส่วนส่งเสริมการจัดการ สำนักบริหารจัดการน้ำ

[ประปาไทย.คอม] [นานาน่ารู้]