พลังงานทางเลือกที่ไม่ควรมองข้ามมองอนาคต ‘โรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาด’

              พลังงานไฟฟ้าที่พวกเรากำลังใช้ประโยชน์ ชาวกรีกโบราณเป็นพวกแรกที่ได้ค้นพบเมื่อกว่า 2,000 ปีมาแล้ว ต่อมาเมื่อปี ค.ศ. 1877 นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกัน โทมัส อัลวา เอดิสัน ได้ประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าขึ้นสำเร็จเป็นคนแรกของโลก และยังได้ประดิษฐ์อุปกรณ์ ไฟฟ้าหลายอย่างตามมาภายหลัง นับตั้งแต่นั้นมาเราก็เริ่มมีไฟฟ้าใช้กันในบ้านจนถึงวันนี้พูดได้ว่า แทบทุกครัวเรือนต้องมีไฟฟ้าใช้เพื่ออำนวยความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน
 

            แต่การจะมีกระแสไฟฟ้าที่จะนำมาใช้ได้ก็ต้องผลิตให้มันเกิดขึ้น จึงต้องมีการสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อนำประโยชน์จากไฟฟ้ามาใช้ โดยมีการสร้างโรงไฟฟ้าในรูปแบบต่าง ๆ เช่น โรงไฟฟ้าถ่านหิน, โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ หรือกระทั่ง โรงไฟฟ้าพลังงานธรรมชาติ ฯลฯ ซึ่งจำเป็นต้องมีการใช้วัตถุดิบในการผลิตกระแสไฟฟ้า แต่หลายต่อหลายครั้งที่โรงไฟฟ้าได้สร้างปัญหาและความหวาดระแวงให้กับผู้คนที่พักอาศัยอยู่ใกล้โรงไฟฟ้า ทั้งมลพิษทางเสียง และสุขภาพอนามัย

            สำหรับในประเทศไทยเรามีทั้ง โรงไฟฟ้าพลังน้ำ โรงไฟฟ้าที่ใช้แก๊สธรรมชาติ และ โรงไฟฟ้าถ่านหิน ต่อมาเมื่อประชากรในประเทศเพิ่มขึ้น มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจมากขึ้น ความต้องการพลังงานไฟฟ้าจึงเพิ่มมากขึ้นเป็นเงาตามตัวไปด้วย เห็นได้ชัดจากกรณีที่เกิดเหตุไฟฟ้าดับใน 14 จังหวัดภาคใต้ เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 56 ที่ผ่านมา แม้เพียงจะดับไม่กี่ชั่วโมงแต่ก็สร้างความตื่นตระหนกและโกลาหลไม่น้อยพร้อมกับคำถามว่าทำไมไฟฟ้าถึงดับ
       
           

            นายรังสรรค์ อัฐมโนลาภ ผู้ช่วยผู้ว่าการกิจการสังคม การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ให้ข้อมูลว่า ในปัจจุบัน กฟผ.ผลิตกระแสไฟฟ้าโดยใช้แก๊สธรรมชาติมากถึง 70% โดยจำนวนนี้แก๊สธรรมชาติ 30% ประเทศ ไทยได้นำเข้าจากประเทศพม่า ประกอบกับแก๊สธรรม ชาติจากอ่าวไทย เชื่อได้ว่าอีกไม่นานก็จะหมดไป ทาง กฟผ.จึงจำเป็นต้องมีการวางแผน หาแหล่งพลังงานอื่น ๆ เพื่อนำมาผลิตกระแสไฟฟ้า ทุกวันนี้ ถ่านหินสะอาด เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่สามารถนำมาผลิตกระแสไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี

            สาเหตุที่ทาง กฟผ.ไม่ใช้พลังงานธรรมชาติอย่างอื่น เช่น พลังงานลม พลังงานแสงแดด ในการผลิตกระแสไฟฟ้า เพราะพลังงานเหล่านั้นไม่สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง จึงมองไปที่พลังงานจากถ่านหินสะอาดเป็นตัวเลือกที่ต้องศึกษาเพราะปัจจุบันเทคโนโลยีการผลิตได้ก้าวหน้าไปมาก จนแทบจะไม่หลงเหลือมลพิษเลย

            ในช่วงปลายเดือน ส.ค.56 ที่ผ่านมา ทาง กฟผ. ได้นำคณะผู้บริหาร กฟผ. นำโดย นายชุมพล ฐิตยารักษ์ รองปลัดกระทรวงพลังงาน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มนักวิชาการ, ตัวแทนชุมชนจากจังหวัดกระบี่ และบรรดาสื่อมวลชน ฯลฯ ร่วมเดินทางไปดูงานที่ โรงไฟฟ้าพลังความร้อน ถ่านหินสะอาด เฮกินัน เมืองเฮกินัน จังหวัดนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น สำหรับ โรงไฟฟ้าเฮกินัน เป็นของ บริษัท ชุบุ อิเล็กทรอนิกส์ พาวเวอร์ ซึ่งได้รับสัมปทานผลิตและจ่ายกระแสไฟฟ้าตามพื้นที่ที่รับผิดชอบ โรงไฟฟ้าแห่งนี้มีทั้งหมด 5 โรง ภายในโรงไฟฟ้า มีหม้อน้ำ กังหันไฟฟ้า เครื่องกำเนิดไฟฟ้า มีกำลังผลิตรวม 4,100 เมกะวัตต์ (รายละเอียด ตามข้อมูลล้อมกรอบ)

            นับเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีการก่อสร้างมานานแล้วกว่า20 ปี โรงงานแห่งนี้มีพื้นที่รวมทั้งหมด 2,080,000 ตารางเมตร พื้นที่อาคารโรงไฟฟ้า 1,600,000 ตารางเมตร และอีก 480,000 ตารางเมตรเป็นพื้นที่สำหรับจัดการและกำจัดเถ้าจากถ่านหิน มีเทคโนโลยีกำจัดของเสียที่ก้าวหน้ามาก ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน

           

            ผู้สื่อข่าวมีโอกาสสัมภาษณ์ นายมาซาโนบุ เนกิตะ นายกเทศมนตรีเมืองเฮกินัน กล่าวว่า ก่อนที่จะมีการสร้างโรงไฟฟ้าเฮกินัน บริษัทชุบุฯ ผู้ได้รับสัมปทาน ได้เข้ามาทำการศึกษาสภาพสิ่งแวดล้อมและทำ ความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ พร้อมกันนี้ยังมีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยจากมลพิษอย่างเข้มงวดเป็นพิเศษเพื่อไม่ให้มีค่าสูงเกินกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ ส่งผลทำให้ประชาชนที่อยู่อาศัยรอบโรงงานเกิดความมั่นใจในระบบการจัดการของโรงงานที่ค่อนข้างมีความปลอดภัยสูงสุด

            ขณะที่นายรังสรรค์ ผู้ช่วยผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ. กล่าวทิ้งท้ายว่า ทาง กฟผ. มีโครงการในอนาคตที่เตรียมจะไปทำการก่อสร้าง โรงไฟฟ้าถ่านหินสะอาด ที่โรงไฟฟ้ากระบี่ ต.คลองขนาน อ.เหนือคลอง ซึ่งปัจจุบันเป็น โรงไฟฟ้าพลังความร้อน ขนาดกำลังผลิต 340 เมกะวัตต์ โดยใช้น้ำมันเตากำมะถันต่ำเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งกำลังจะหมดอายุการใช้งานลง ทั้งนี้การสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหินสะอาดในเมืองไทยก็จะใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเช่นโรงไฟฟ้าเฮกินันด้วย แต่ทั้งนี้ก็ยังต้องทำการศึกษาและสอบถามทำประชาพิจารณ์จากชุมชนรอบข้างก่อนเพื่อให้เกิดความมั่นใจในการก่อสร้างครั้งนี้

            ฉะนั้นไม่ว่าจะมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าประเภทใด ที่ไหน และโรงไฟฟ้าจะมีระบบกำจัดของเสียที่ดีแค่ไหนนั้น เหนือสิ่งอื่นใด กฟผ. จะต้องเดินหน้าสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง พร้อมให้ข้อเท็จจริงถึงปัญหาต่าง ๆ เพื่อลดความหวาดระแวงที่อาจจะเกิดขึ้นให้หมดไป พร้อมสร้างความมั่นใจจากประชาชนในพื้นที่ให้ได้เช่นเดียวกัน!!.
    
 

แหล่งที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 16 กันยายน 2556

รายงาน ส่วนส่งเสริมการจัดการ

[ประปาไทย.คอม] [นานาน่ารู้]