แก่งละว้า พื้นที่ชุ่มน้ำ - ชีวิตกับธรรมชาติ

            

         “แก่งละว้า จัดเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับชาติ 1 ใน 2 ของจังหวัดขอนแก่น ตั้งอยู่ในเขตต.โคกสำราญ อ.บ้านแฮด และต.เมืองเพีย, ต.บ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ อยู่บริเวณฝั่งขวาของแม่น้ำชี มีพื้นที่ประมาณ 17,000 ไร่ มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 160 เมตร มีลักษณะการวางตัวแนวทิศเหนือ-ใต้ ช่วงกว้างสุด 4 กม. ยาวสุด 10 กม. แก่งละว้าเป็นแก้มลิงรับน้ำในฤดูฝน และในช่วงฤดูน้ำหลากมีการอพยพของสัตว์น้ำเข้ามาเป็นจำนวนมาก ประกอบกับมีพื้นที่เป็นเกาะดอนอยู่ในอ่างเก็บน้ำแก่งละว้าจำนวนมาก ซึ่งมีเกาะขนาดใหญ่ อาทิ เกาะโนนพันชาติ โนนพะยอม โนนตาโก้ง โนนจาน เป็นต้น

        จากการศึกษาโครงการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำ WWF ประเทศไทย ได้พบพันธุ์ปลามากกว่า 69 ชนิด อาทิ ปลาบึก ปลาตองกราย ปลาเทพา ปลากาดำ ปลาเนื้ออ่อน ปลากดคัง ปลาคัง ฯลฯ จัดเป็นปลาเศรษฐกิจ สามารถสร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่จำนวนมาก ถือเป็นแหล่งทำประมงน้ำจืดแหล่งใหญ่รองจากเขื่อนอุบลรัตน์
นอกจากปลาแล้ว ยังเป็นแหล่งอาศัยของนกน้ำมากที่สุด 1 ใน 2 ของ จ.ขอนแก่น พบนกกว่า 106 ชนิด อาทิ เหยี่ยวดำ ซึ่งเป็นชนิดพันธุ์ที่มีแนวโน้มใกล้สูญพันธุ์ ในช่วงฤดูอพยพจะมีนกเข้ามาอาศัยเป็นจำนวนมาก ในพื้นที่แก่งละว้ายังพบความหลากหลายของชนิดพันธุ์พืชได้แก่ ธูปฤๅษี กกสามเหลี่ยม บัวหลวง บัวแดง ผักตบชวา สาหร่ายหางกระรอก จอกหูหนู บัวสาย สาหร่ายข้าวเหนียว ส่วนไม้ยืนต้น พบ 46 ชนิด เช่น ทองกวาว สะแกนา กุ่มบก ต้นก่าม ตะโกนา กระโดนน้ำ ตะแบกนา หว้า ไผ่ป่า ตาล คูน เป็นต้น

        พื้นที่บริเวณรอบแก่งละว้า มีการทำเกษตรจำนวนมาก มีระบบสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ระบบคลองส่งน้ำ กระจายอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ทำให้เกษตรกรทำนาได้ทั้งปี ปลูกผักชนิดต่าง ๆ หลายพื้นที่ บ้านโคกสำราญ อ.บ้านแฮด มีกลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษกว่า 50 ราย สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ตลอดทั้งปี

        ลักษณะพื้นที่ของแก่งละว้าที่ลาดเอียงทำให้ที่นี่เหมาะสมแก่การเลี้ยงสัตว์ เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการเลี้ยงโค กระบือ เฉลี่ยแต่ละครอบครัวมีสัตว์เลี้ยงดังกล่าว 15-20 ตัว

        ด้วยความหลากหลายทางชีวภาพค่อนข้างสูง จึงเหมาะแก่การพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เชิงอนุรักษ์ เช่น การล่องเรือชมทะเลบัวแดง บัวหลวง ดอกไม้น้ำ กิจกรรมดูนก ปัจจุบันเกิดการเปลี่ยนสภาพภูมิอากาศที่มีแนวโน้มรุนแรง รวมทั้งการพัฒนาด้านต่าง ๆ ในพื้นที่ ได้ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุ่มน้ำแก่งละว้า รวมทั้งวิถีชีวิตของชุมชนที่พึ่งพิงใช้ประโยชน์ในบริเวณโดยรอบ ทั้งสถานการณ์น้ำท่วม ภัยแล้งที่ยาวนานและรุนแรงขึ้น ปัญหาการแพร่ระบาดของชนิดพันธุ์ต่างถิ่น เช่น ธูปฤๅษี ไมยราบยักษ์ หอยเชอรี่ ฯลฯ ปัญหามลพิษสารเคมีจากชุมชนเมือง สารตกค้างจากภาคเกษตรกรรมที่ไหลลงสู่แหล่งน้ำ ส่งผลกระทบต่อความหลากหลายของชนิดพันธุ์ปลา สัตว์น้ำ และพรรณพืชต่าง ๆ ในพื้นที่ สำนักเลขาธิการอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ จึงกำหนดให้วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ของทุกปี เป็นวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก (World Wetlands Day)และขอความร่วมมือให้ประเทศภาคีสมาชิกจัดกิจกรรมในวันดังกล่าว ประเทศไทยได้ชูพื้นที่แก่งละว้าเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำสำคัญ โดยกำหนดการจัดงานวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ณ บ้านชีกกค้อ ต.เมืองเพีย อ.บ้านไผ่ โดยในปี พ.ศ. 2556 สำนักเลขาธิการอนุสัญญาฯ ได้กำหนดหัวข้อการจัดงานวันพื้นที่ชุ่มน้ำโลก คือ “Wetlands take care of water” เพื่อเผยแพร่เนื้อหาความสำคัญของพื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetlands) และอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญในระดับนานาชาติ (Ramsar Convention) พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ดีในการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำแบบมีส่วนร่วม.

แหล่งที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 27 มกราคม 2556

รายงาน :  เจริญชัย จิรชัยรัตนสิน ส่วนส่งเสริมการจัดการ

[ประปาไทย.คอม] [นานาน่ารู้]