ถังกรองน้ำชนิดล้างกลับอัตโนมัติ(
Automatic  gravity  Filter  Tank)
 ตอนที่ 1 โครงสร้างถังกรองน้ำชนิดล้างกลับอัตโนมัติ

 

 1.โครงสร้างถังกรองน้ำชนิดล้างกลับอัตโนมัติ          

              เป็นส่วนหนึ่งของถังกรองน้ำอัตโนมัติไม่มีการควบคุมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้า  เนื่องจากเมื่อกรองน้ำจนหน้าชั้นทรายกรองเกิดการอุดตัน  จะเกิดการล้างย้อนอัตโนมัติโดยอาศัยความแตกต่างของแรงดันและหลักการของกาลักน้ำแต่หากต้องการล้างย้อนด้วยวิธี  manualสามารถทำได้โดยเปิดประตูน้ำเพื่อปล่อยน้ำในส่วนถังเก็บน้ำใสด้านบนเพื่อให้น้ำไหลผ่าน Ejector อีกด้านหนึ่งของ Ejectorจะสร้างแรงดูดและดูดอากาศออกจากท่องวงช้างเพื่อสร้างกาลักน้ำก็จะเกิดการล้างย้อนดดยการล้างย้อนแบบManualนี้จะทำได้เมื่อเดินเครื่องสูบน้ำดิบแรงต่ำเข้าระบบผลิตน้ำประปาและปิดประตูน้ำทางออก  ส่วนการระบายตะกอนของถังกรองทรายอัตโนมัติทำได้โดยการเปิดประตูน้ำในส่วนถังเก็บน้ำค้านล่างของถังเพื่อระบายตะกอนออกโดยสังเกตได้จากน้ำที่ระบายทิ้ง  หากมีสีใสแสดงว่าได้ระบายตะกอนออกจนหมดแล้ว

                ระบบการกรองน้ำแยกออกเป็น 2 ส่วนคือส่วนกรองน้ำและส่วนเก็บน้ำไว้ด้านบนระบบกรองเพื่อเก็บไว้ใช้ทำความสะอาดสารกรอง

                ถังกรองทรายอัตโนมัติ   ทำหน้าที่กรองความขุ่นที่หลงเหลืออยู่จากการตกตะกอนออกและลักษณะการกรองเป็นแบบกรองเร็วมีอัตราการกรองระหว่าง 3-10ลูกบาศก์ เมตร/ชั่วโมงโดยอาศัยแรงดัน Static Head จากท่อทางน้ำเข้า  โดยเมื่อใช้ไปสักระยะหนึ่งจนผิวหน้าสารกรองอุดตัน  ก็จะเกิดการล้างย้อนเพื่อไล่ความขุ่นที่อุดตันนั้นออกไปกับน้ำทิ้งโดยอัตโนมัติ  การล้างย้อนอัตโนมัติโดยอาศัยความแตกต่างของแรงดันและหลักการของกาลักน้ำ  โดยดูดอากาศออกจากท่องวงช้างเพื่อสร้างกาลักน้ำ  ก็จะเกิดการล้างย้อน  รอบในการล้างย้อนขึ้นอยู่กับความสกปรกที่อุดตันโดยปกติจะมีไซเคิลของการล้างย้อนประมาณ 8-36 ชั่วโมง  แต่หากต้องการล้างย้อนในระหว่างที่สารกรองยังไม่อุดตันก็สามารถทำได้โดยเปิดประตูน้ำในส่วนเก็บน้ำใสด้านบนของถัง  ให้ผ่านEjector เพื่อดูดอากาศในท่องวงช้างออก (อาจใช้เวลา 12-30 นาที) จนเกิดกาลักน้ำเพื่อให้ล้างย้อนสารกรอง

                สารกรองบรรจุสารกรอง คือ ทราย ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของทราย (Effective size ) ประมาณ 0.7 -1.2 มิลลิเมตร  ค่าสัมประสิทธิ์ความสม่ำเสมอ (Uniformity coefficient) น้อยกว่า 1.7 ความสูงของชั้นกรองระหว่าง 0.6 -1.2 เมตร

                .ระบบกรองน้ำภายในจะมีพื้นที่แบ่งออกเป็น 2  ส่วน คือ หนึ่งส่วนบนเป็นส่วนที่รับน้ำเข้ากรองและส่วนล่างซึ่งแยกออกจากกันโดยมีแผ่นเหล็ก (Perforated  Plate ) โดยติดตั้งหัวกรองน้ำ (Nozzles) ไว้ที่พื้นดังกล่าว  บริเวณด้านบนเป็นชั้นกรองทรายและส่วนที่สองคือส่วนด้านล่างเป็นชั้นรองรับน้ำที่ออกจากชั้นทรายซึ่งเป็นน้ำที่ต้องผ่านไปยังกระบวนการฆ่าเชื้อตอนสุดท้าย  (post  Disinfection ) เพื่อทำให้น้ำสะอาดปราศจากเชื้อโรคต่อไป

                ชั้นสารกรองทรายทำหน้าที่กรองดักอนุภาคสารแขวนลอยซึ่งโดยปกติจะต้องมีขนาดมากกว่า 1 ไมครอน  ขนาดรูพรุนทรายกรองจะสามารถดักไว้ได้  เมื่ออนุภาคที่ดักไว้มีปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ  จะทำให้เกิดการอุดตันของชั้นสารกรองหรือเรียกว่า Filterciogging อัตราเร็วในการอุดตันขึ้นอยู่กับ

                1.คุณสมบัติของน้ำที่เข้าถังกรองซึ่งขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของระบบ  ทั้งระบบการสร้างตะกอน (Coagulation) การสมานตะกอนหรือการรวมตะกอน (Flocculation) และการตกตะกอน (Sedimentation) เช่น ถ้าน้ำมีความขุ่นสูงเมื่อหลุดออกมาจากถังตกตะกอนเข้าสู่ถังกรองการอุดตันก็จะเกิดขึ้นได้เร็ว

                2.อัตราการไหลของน้ำ  ถ้าอัตราการไหลของน้ำเข้าถังกรองสูงการอุดตันจะเกิดเร็วขึ้น

                3.ขนาดของเม็ดทรายที่มีขนาดเล็กกว่าจะทำให้เกิดการอุดตันได้เร็วกว่า

 

 ภาพที่ 1  แสดงการวางหัวกรองน้ำประเภท Nozzlesบนแผ่น Plat

 


|ประปาไทยดอมคอม|เทคโนโลยี|

 

ที่มา  : ฝ่ายโรงงานผลิตน้ำสามเสน การประปานครหลวง