หลักการวางท่อประปา

หลักการวางท่อประปา แบ่งออกเป็น 2 ระบบ ได้แก่ การวางท่อประปาภายนอกอาคาร และการวางท่อประปาภายในอาคาร ดังนี้
1.
หลักการวางท่อประปาภายนอกอาคาร
งานวางท่อประปาภายนอกอาคาร ประกอบด้วยงานจัดหาและวางท่อประปาพร้อมทั้งติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งการบรรจบท่อเดิมและงานอื่นๆ การวางท่อและติดตั้งอุปกรณ์ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต หลังจากงานวางท่อประปา งานทดสอบและงานทำความสะอาดท่อประปาเสร็จสิ้นแล้ว จะต้องจัดซ่อมผิวจราจร เกาะกลาง คันหิน ทางเท้า สนามหญ้า ต้นไม้ ให้อยู่ในสภาพเดิมหรือดีกว่าเดิม ซึ่งจะสามารถรื้อย้ายสิ่งก่อสร้างและสาธารณูปโภคเดิมได้ก็ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ และจะต้องรับผิดชอบในการเปลี่ยนตำแหน่งในการวางท่อเพื่อหลบหลีกอุปสรรคที่พบระหว่างการดำเนินงาน ในการวางท่อประปาที่จะต้องดำเนินการบรรจบท่อเดิมจะต้องป้องกันการหยุดชะงักของระบบการจ่ายน้ำประปาให้แก่ประชาชนให้น้อยที่สุด หากมีความจำเป็นที่จะต้องปิดประตูน้ำในระบบท่อเดิมจะต้องแจ้งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบทราบล่วงหน้า หากปรากฏว่าระบบจ่ายน้ำประปาต้องหยุดชะงักเป็นเวลานาน อาจจะต้องให้หยุดการดำเนินการวางท่อประปาเป็นการชั่วคราว เพื่อให้กระทบกระเทือนการบริการน้ำประปาแก่ประชาชนน้อยที่สุด
1.1 การรักษาความสะอาดสถานที่ก่อสร้างและความปลอดภัย
จะต้องดำเนินการรักษาความสะอาดสถานที่ก่อสร้าง ทั้งในระหว่างก่อสร้างและหลังงานก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์อย่างเคร่งครัด จะต้องจัดทำแผนปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยแก่ผู้ปฏิบัติงานในบริเวณก่อสร้างและแก่ประชาชนที่ใช้ทางเท้า และถนนที่อยู่ใกล้เคียงบริเวณก่อสร้างโดยละเอียด
1.1.1 การรักษาความสะอาดระหว่างก่อสร้าง
(1) จะต้องขนย้ายดินที่ขุด วัสดุที่ไม่ใช้และสิ่งอื่นๆ ไปจากบริเวณก่อสร้าง รถบรรทุกที่จะใช้บรรทุกวัสดุต่างๆ ต้องมีที่ปิดมิดชิดอย่างแข็งแรงแน่นหนา ไม่ให้เศษวัสดุตกหล่นบนท้องถนน
(2) จะต้องจัดให้มีที่ทำความสะอาดล้อยางและตัวถังรถบรรทุกก่อนออกจากสถานที่ก่อสร้าง เพื่อไม่ให้เศษดิน เศษทรายร่วงหล่นออกไปตามถนน
(3) ในระหว่างก่อสร้าง จะต้องรักษาความสะอาดสถานที่ก่อสร้างให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย โดยจะต้องเก็บเศษดิน เศษทราย และขยะ เมื่องานก่อสร้างแต่ละวันสิ้นสุดลง
(4) จะต้องดูแลบริเวณก่อสร้างไม่ให้มีสิ่งสกปรก เศษดิน เศษทรายและวัสดุอื่นๆ ตกอยู่บนถนน หากพบว่ามีสิ่งสกปรกหรือเศษดินถูกบดทับติดบนถนน จะต้องทำความสะอาดถนนโดยทันที
1.1.2 การรักษาความสะอาดหลังงานก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์
ต้องขนย้ายวัสดุก่อสร้างที่หลงเหลือและขยะออกจากสถานที่ก่อสร้างหลังจากงานก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ จะต้องทำความสะอาดจนกระทั่งไม่มีเศษทราย เศษหิน และเศษวัสดุอื่นๆ อยู่บนทางเท้าและบนถนน
1.1.3 ความปลอดภัย
(1) ต้องเตรียมเครื่องมือและของใช้ที่จำเป็นในการปฐมพยาบาลสำหรับพนักงานและคนงานไว้ให้พร้อม
(2) ต้องติดตั้งไฟส่องสว่างให้เหมาะสมกับการทำงานและให้ประชาชนและผู้ขับยานพาหนะที่ผ่านไปมาเห็นได้ชัดเจน
(3) ต้องจัดหาแผงกั้นเขตบริเวณก่อสร้างให้เห็นชัดเจน แผงกั้นเขตต้องใช้สีที่สามารถสะท้อนแสงในเวลากลางคืน เพื่อให้เห็นได้ชัดเจน และต้องไม่กีดขวางการสัญจรของประชาชนและยานพาหนะ
ที่ผ่านไปมา
(4) ห้ามกองเศษวัสดุต่างๆ ไว้กีดขวางการสัญจรของประชาชนที่ใช้ทางเท้าและถนน
ต้องจัดการขนย้ายไปให้พ้นบริเวณก่อสร้างทันที
(5) ห้ามขุดร่องดินยาวเกินความจำเป็น ในการขุดผ่านทางแยกและทางเข้าบ้านจะต้องจัดหาแผ่นเหล็กหนาไม่น้อยกว่า 25 มิลลิเมตร ปูร่องที่ขุดเพื่อให้ยวดยานสามารถผ่านได้ แต่ถ้าไม่มีการปฏิบัติงานต่อเนื่องกัน ต้องรีบจัดการกลบร่องดินให้แน่นเสียก่อน
(6) ต้องจัดหาเครื่องควบคุมการจราจร ซึ่งประกอบด้วยป้ายสัญญาณจราจร แผงกั้นอุปกรณ์แบ่งช่องทาง อุปกรณ์ไฟส่องสว่าง อุปกรณ์ให้สัญญาณ และอื่นๆ ที่จำเป็นในการควบคุมการจราจรในงานก่อสร้างวางท่อประปา
1.2 การวางท่อประปาโดยต้องขุดร่องดิน
1.2.1 การจัดเตรียมงานและการประสานงาน
(1) ต้องจัดหาแรงงาน วัสดุอุปกรณ์และเครื่องมืออื่นๆ ที่จำเป็นต้องใช้ในการขุดร่องดิน การวางท่อ การกลบ การบดอัดให้แน่น การเปิดร่องในทางเท้าและผิวถนน การซ่อมทางเท้าและผิวถนน การกรุแผงกันดิน การค้ำยัน การระบายน้ำ การรองพื้นร่องดิน และการค้ำยันเสาไฟฟ้าหรือโครงสร้างอื่น
(2) ต้องแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทราบล่วงหน้า ก่อนขุดร่องดิน
1.2.2 การเตรียมงานขุดร่องดิน
(1) ต้องแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรขอทำงานก่อสร้างวางท่อประปา พร้อมทั้งจัดส่งแผนการดำเนินงานให้เห็นชอบเสียก่อน
(2) ต้องเตรียมกำลังคน เครื่องมือและอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อมล่วงหน้าก่อนขุดร่องดิน
(3) ต้องติดป้ายประกาศงานก่อสร้าง ป้ายโครงการ ป้ายจราจร และสัญญาณไฟ
(4) ต้องจัดจำนวนรถบรรทุกสำหรับขนย้ายวัสดุที่ขุดขึ้นมาให้เพียงพอกับปริมาณงาน
โดยต้องให้ขนวัสดุดังกล่าวออกจากบริเวณก่อสร้างภายใน 24 ชั่วโมง
1.2.3 การจัดแนวท่อและระดับท่อ
(1) จะต้องดำเนินงานสำรวจต่างๆ เพื่อกำหนดแนวท่อ และระดับการวางท่อของงานก่อสร้างวางท่อประปา โดยต้องให้สอดคล้องกับความลึกหลังท่อที่ระบุไว้ในแบบก่อสร้าง
(2) เมื่องานก่อสร้างดำเนินการแล้วเสร็จ จะต้องระบุตำแหน่งอ้างอิงทั้งหมด แนวท่อและระดับท่อประปาตามที่ได้ก่อสร้างจริงลงในแบบที่ก่อสร้างจริง (As-Built Drawings)
(3) ต้องวางท่อในแนวที่กำหนดให้ด้วยความลาดที่สม่ำเสมอกันโดยหลีกเลี่ยงการยกท่อขึ้นหรือกดท่อลงโดยกะทันหัน
1.2.4 การเปิดแนวร่องวางท่อ
(1) การเปิดแนวร่องเพื่อวางท่อ จะต้องมีความลึกและความกว้างตามที่ระบุในแบบ เพื่อให้วางท่อและอุปกรณ์ข้อต่อต่างๆ และต้องพอสำหรับโครงสร้างค้ำยันและเผื่อสำหรับระบบระบายน้ำ เพื่อให้ท้องร่องดินแน่นและแห้งตลอดเวลาทำงาน ถ้าในระหว่างการก่อสร้างพบสิ่งปลูกสร้างสาธารณูปโภคเดิมกีดขวางแนวท่อประปาจะต้องเสนอแนวทางแนวท่อประปา ขนาด และความลึกของแนวร่องเพื่อให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการ
(2) การเปิดแนวร่องท่อในผิวถนนแอสฟัลต์ จะต้องตัดแนวก่อนขุดร่องดินโดยใช้เครื่องตัดอัดลมหรือเครื่องมือชนิดอื่นที่เหมาะสม เพื่อให้ขอบแนวตัดสม่ำเสมอ หากภายหลังพบว่าผิดถนนที่จัดซ่อมแล้วเกิดรอยแตกร้าวที่เกิดจากการทรุดตัวของดินใต้ผิวถนน จะต้องดำเนินการซ่อมใหม่ให้เรียบร้อย
(3) การเปิดแนวร่องท่อในผิวถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก จะต้องตัดแนวก่อนขุดร่องดินโดยใช้เครื่องตัดอัดลมหรือเครื่องมือชนิดอื่นที่เหมาะสม ให้ตัดเหล็กเสริมด้านข้างแผ่นพื้นถนนที่กึ่งกลางแนวร่องบ แชละให้พับงอฉากไว้ จะต้องรักษาเหล็กเสริมของเดิมไว้ และต้องรักษาเหล็กยึด (Tie Bar) ของเดิมไว้ เพื่อใช้ตอเหล็กเสริมในการจัดซ่อมถนนในภายหลัง หากภายหลังพบว่าผิวถนนที่จัดซ่อมแล้วเกิดความเสียหายจะต้องรีบดำเนินการซ่อมใหม่ให้เรียบร้อย
(4) การเปิดแนวร่องดินให้พื้นทางเท้าจะต้องย้ายแผ่นที่ปูทางเท้าออกเสียก่อน หลังจากงานวางท่อเสร็จสิ้นจะต้องรับผิดชอบในการปูทางเท้าให้แน่น แข็งแรง และให้ทำความสะอาดพื้นทางเท้าไม่ให้มีเศษวัสดุและขยะเหลืออยู่บนทางเท้าและถนน
(5) การเปิดแนวร่องดินที่ต้องผ่านกำแพงหรือคันหิน อาจใช้วิธีขุดช่องลอด ถ้ามีการรื้อย้ายกำแพงหรือคันหิน จะต้องดำเนินการซ่อมให้เรียบร้อย
1.2.5 การขุดร่องดิน
(1) ในการขุดร่องดินจะต้องกำหนดตำแหน่งความยาวของร่องขุด และระยะเวลาทำงานในการวางท่อให้ชัดเจน
(2) จะต้องขุดร่องดินวางท่อให้ลึกไม่น้อยกว่าที่กำหนดไว้ในแบบ หรือรายการสำหรับการวางท่อและติดตั้งอุปกรณ์ ในกรณีที่ไม่กำหนดความกว้างไว้ ให้มีความกว้างพอที่จะปฏิบัติงานได้โดยสะดวกและปลอดภัย
(3) การขุดร่องดิน ถ้ามีการขุดผ่านถนนหรือผ่านทางหน้าบ้านจะต้องทำสะพานชั่วคราวตามความจำเป็น เพื่อให้การสัญจรมีความปลอดภัย และให้แสดงเครื่องหมายจราจรตามกฎจราจรของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
(4) หลังจากที่ได้ขุดร่องดินจนได้ความลึกตามที่กำหนดแล้วหากปรากฏว่าพื้นร่องดินที่ขุดเป็นชั้นของดินอ่อน (Soft Soil) ไม่สามารถรับน้ำหนักได้ ให้ทำสิ่งก่อสร้างรองรับท่อหรือยึดท่อ หรือใช้วิธีการอื่นที่เหมาะสม
(5) ดินที่ขุดขึ้นจากร่องดิน จะต้องกองไว้โดยไม่ให้กีดขวางทางจราจร
(6) ต้องจัดกั้นคอกสังกะสีปิดล้อมร่องดินที่ต้องเปิดทิ้งไว้ พร้อมติดสัญญาณเตือนภัยหรือติดประกาศให้เห็นชัดเจนตลอดเวลา
1.2.6 การระบายน้ำจากร่องดิน
(1) จะต้องจัดหาเครื่องสูบน้ำและอุปกรณ์ในการระบายน้ำ เพื่อสูบน้ำออกจากร่องดินหรือหลุมที่ขุด
(2) ถ้ามีน้ำขังอยู่ในร่องดิน ซึ่งจะเป็นสาเหตุให้ภายในท่อสกปรกจะต้องสูบน้ำหรือวิดน้ำออกจนแห้ง แล้วจึงต่อท่อหรือติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ได้
(3) ต้องไม่ระบายน้ำทิ้งลงบนผิวจราจร หากจำเป็นต้องระบายน้ำทิ้งฝั่งตรงข้ามถนน จะต้องทำสิ่งป้องกันสายยางที่จะวางพาดข้ามถนน เพื่อให้ยวดยานสามารถแล่นผ่านไปมาได้สะดวก และจะต้องติดป้ายประกาศและไฟสัญญาณเตือนก่อนถึงบริเวณที่ระบายน้ำเป็นระยะทางไม่น้อยกว่า 20 เมตร
1.2.7 การขนย้ายวัสดุที่ขุดขึ้นมา
(1) จะต้องจัดหารถบรรทุกให้เพียงพอในการขนย้ายวัสดุที่ขุดขึ้นมาออกไปให้พ้นบริเวณก่อสร้างโดยทันที ยกเว้นในกรณีที่จำเป็น อาจอนุญาตให้กองวัสดุไว้ใกล้แนวร่องได้ชั่วคราว อย่างไรก็ตามจะต้องขนย้ายวัสดุดังกล่าวออกไปให้หมดภายใน 24 ชั่วโมง ในการกองวัสดุไว้ใกล้แนวร่องจะต้องไม่ทำให้ทางเท้าและถนนสกปรก รวมทั้งไม่ทำให้ท่อระบายน้ำอุดตัน หรือสร้างความรำคาญให้แก่ประชาชนที่สัญจรไปมา
(2) จะต้องไม่ขนย้ายวัสดุไปทิ้งแล้วก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมเสียหาย และไปขวางทางน้ำไหลก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมในภายหลัง
1.2.8 การปรับพื้นฐานรองท่อ(ตามข้อกำหนด)
(1) จะต้องปรับพื้นฐานรองท่อประปาด้วยชั้นทรายบดอัดแน่นความหนาไม่น้อยกว่า 100 มิลลิเมตร หรือคอนกรีตกำลังต่ำ ความหนาไม่น้อยกว่า 30 มิลลิเมตร
(2) คุณสมบัติของทรายที่ใช้ต้องบเป็นทรายหยาบสะอาดปราศจากสิ่งปะปนต่างๆ เช่น ดิน
ดินเหนียว เป็นต้น ขนาดของเม็ดทรายมีขนาดใหญ่ที่สุดไม่เกิน 6 มิลลิเมตร ทรายที่รองพื้นต้องได้รับการ
บดอัดจนแน่นก่อนวางท่อ
1.2.9 การกรุแผงกันดินพัง
(1) การขุดร่องดินสำหรับวางท่อบางช่วง จะต้องหาอุปกรณ์และเครื่องใช้ในการกรุกันดินพัง เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่อพื้นผิวถนน สิ่งปลูกสร้าง อุปกรณ์สาธารณูปโภค หรือทรัพย์สินส่วนบุคคลที่อยู่ใกล้บริเวณที่ดำเนินการก่อสร้าง การกรุกันดินพังนี้ ต้องทำให้แข็งแรงและป้องกันการเคลื่อนตัวของดินชั้นล่าง จะรื้อถอนแผงกรุกันดินพังนี้ได้ก็ต่อเมื่อได้กลบร่องดินที่ขุดไว้เรียบร้อยแล้ว
(2) ทันทีที่มีการรื้อย้ายผิวจราจรบริเวณที่จะขุดร่องดินออกแล้ว จะต้องกรุแผงกันดินพังก่อนที่จะลงมือขุดร่องดิน
(3) การกรุแผงกันดิน จะต้องใช้เข็มพืดเหล็ก (Sheet Pile) ซึ่งโยงยึดด้วยเหล็กดามและเหล็กค้ำยัน
(4) ถ้าเห็นว่าระบบกรุแผงกันดินไม่มีความแข็งแรงหรือไม่เหมาะสม จะต้องเพิ่มความแข็งแรงระบบกรุแผงกันดิน
1.2.10 การวางท่อประปาและติดตั้งอุปกรณ์ท่อ
(1) การวางท่อประปาและติดตั้งอุปกรณ์ท่อต่างๆ จะต้องอยู่ห่างจากโครงสร้างเดิม เช่น
ท่อระบายน้ำ เสาไฟฟ้า เป็นต้น ไม่น้อยกว่า 30 เซนติเมตร
(2) การยกท่อ การกองท่อ การขนส่งท่อ การขึ้นลงท่อ ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตท่อ
(3) ต้องใช้เครื่องที่เหมาะสมกับขนาดท่อและอุปกรณ์ต่างๆ ในการต่อท่อโดยต้องตรวจท่อและอุปกรณ์ต่างๆ ว่าไม่แตกหรือชำรุดเสียหายก่อน แล้วจึงวางลงในร่องดิน โดยท่อหรืออุปกรณ์ที่แตกชำรุดห้ามนำมาใช้งาน
(4) ท่อและอุปกรณ์ที่จะวางในร่องดิน ภายในท่อและอุปกรณ์จะต้องสะอาดปราศจากผง
เศษขยะ ดินหรือสัตว์ เป็นต้น
(5) ต้องวางท่อเอก ท่อรอง ชนิดและขนาดต่างๆ พร้อมทั้งติดตั้งอุปกรณ์ เช่น ประตูน้ำ ข้อลด ข้อโค้ง และหัวดับเพลิง เป็นต้น ตามที่กำหนด
(6) เมื่อเลิกหรือหยุดงานทุกครั้ง จะต้องอุดหรือปิดปลายสุดของท่อและอุปกรณ์ไว้ให้มิดชิด เพื่อป้องกันผง เศษขยะ ดินหรือสัตว์ เป็นต้น เข้าไปในท่อ
(7) การตัดท่อ จะต้องตัดและแต่งปลายท่อ ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตท่อ
(8) อุปกรณ์และปลายสุดของท่อ และตามจุดต่างๆ ซึ่งอาจถูกน้ำดันจนบิดงอหรือเคลื่อนที่จะต้องเทคอนกรีตเป็นสมอ (Anchorage) หรือทำแท่นยึดอุปกรณ์ตามแบบซึ่งอาจทำเพิ่มเติมให้เหมาะสมกับสภาพแรงดันน้ำและสภาพพื้นที่
(9) การบรรจบท่อใหม่กับท่อเดิม หรือบรรจบกับต่อต่างชนิดกัน จะต้องระมัดระวังไม่ให้
ท่อเดิมเกิดความเสียหาย ท่อที่จะตัดบรรจบจะต้องขุดดินออกและทำความสะอาดท่อ ต้องจัดทำแผน
การดำเนินการ จัดหาอุปกรณ์ท่อและวัสดุพิเศษที่จำเป็นในการตัดบรรจบท่อทั้งหมดให้พร้อมก่อน
การดำเนินการ
(10) ในการวางท่อและอุปกรณ์ จะต้องยึดรั้ง หรือทำแท่นรับแรงดันท่อเอาไว้ให้แข็งแรงตามตำแหน่งที่ได้แสดงไว้ในแบบ และ/หรือตามที่เห็นว่าจำเป็น ทั้งนี้เพื่อป้องกันมิให้เกิดการขยับเขยื้อนจนเกิดการรั่วซึมหรือหลุดที่ข้อต่อขณะจ่ายน้ำในเส้นท่อได้ และในกรณีที่มีสถานที่จำกัดและต้องการข้อต่อที่แข็งแรงเป็นพิเศษการยึดข้อโค้งหรือข้อต่อสามารถกระทำได้โดยการประกอบติดตั้งเป็นข้อต่อยึดรั้ง (Restrained Joint) ณ จุดนั้นๆ แทนการทำแท่นยึดตามแบบ และในกรณีที่มีการใช้ข้อต่อยึดรั้ง (Restrained Joint) จะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของบริษัทผู้ผลิตท่อ
1.2.11 การกลบและการบดอัดวัสดุหลังท่อ
(1) ต้องกลบหลังท่อทันทีภายหลังจากการวางท่อประปาแล้วเสร็จ โดยให้กลบและบดอัดให้แน่นจนถึงระดับที่ระบุไว้ในแบบแปลน
(2) ในการกลบดินจะต้องอัดหรือกระทุ้งดินให้แน่น และระมัดระวังมิให้เกิดอันตรายกับท่อที่วางไว้แล้ว กรรมวิธีการกลบดินและการใช้เครื่องมือสำหรับบดอัดหลังท่อให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตท่อ ส่วนดินที่เหลือให้นำไปทิ้งหรือเกลี่ย
(3) ดินที่ขุดขึ้นมาจากร่องดิน ไม่ว่าจะเป็นดินเหนียว ทรายและกรวด สามารถนำมาใช้กลบเสมอหลังท่อประปา หรือทับเหนือท่อประปาได้ แต่ต้องปราศจากอินทรียวัตถุ เช่น เศษไม้ ใบไม้หญ้า ขยะ และสิ่งปฏิกูลอื่นๆ เป็นต้น สำหรับก้อนหิน หรือ ก้อนกรวดขนาดใหญ่ เศษคอนกรีตจากการทุบผิวถนนที่อาจเป็นอันตรายต่อท่อประปาที่วางไว้ไม่ให้นำมาใช้เป็นวัสดุกลบหลังท่อ
1.2.12 การซ่อมแซมถนน ทางเท้า สนามหญ้า ต้นไม้ และสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ
(1) ในการวางท่อประปา และติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ถ้าจำเป็นต้องขุดเจาะถนน ทางเท้า สนามหญ้า ต้นไม้และสิ่งปลูกสร้างอื่นๆ หรือถ้าปรากฏว่าทำให้ทรัพย์สินของเอกชนหรือทางราชการชำรุดเสียหาย จะต้องจัดหาและซ่อมแซมให้มีสภาพดีดังเดิมหรือดีกว่าเดิม และถูกต้องตามมาตรฐานที่กำหนดให้ของหน่วยงานเจ้าของสิ่งก่อสร้างนั้น
(2) ในบางสถานที่ เช่น ทางแยก ปากซอย ทางเข้าอาคารบ้านเรือน หรือสถานที่ซึ่งมีการจราจรคับคั่ง หากการซ่อมคืนสภาพเดิมไม่สามารถทำได้ทันทีหลังจารกการกลบและบดอัดร่องดิน จะต้องรีบซ่อมผิวจราจรชั่วคราวเป็นขั้นตอนแรก หลังจากนั้นให้ซ่อมผิวจราจรถาวรเป็นขั้นตอนที่สอง
(3) วิธีการรื้อและการซ่อมแซมถนนและทางเท้า หากมิได้ระบุไว้เป็นอย่างอื่นจะต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับมาตรฐานของหน่วยงานเจ้าของถนนและทางเท้า
(4) วัสดุที่ใช้สำหรับพื้นฐานของถนนให้ใช้หินคลุก หรือวัสดุอื่นโดยให้สอดคล้องกับมาตรฐานของหน่วยงานเจ้าของถนนและทางเท้า
(5) วัสดุที่ใช้สำหรับชั้นพื้นฐานของทางเท้าให้ใช้หินฝุ่น หรือวัสดุอื่นตามที่กำหนด ความหนา 10 เซนติเมตร บดอัดแน่น
(6) วัสดุที่ใช้สำหรับชั้นพื้นฐานของถนนและทางเท้า ต้องเป็นวัสดุที่ปราศจากอินทรียวัตถุ เช่น หญ้า ใบไม้ เศษขยะ เป็นต้น
(7) หลังจากได้ทำชั้นพื้นฐานและบดอัดแน่นเรียบร้อยแล้ว การซ่อมผิวจราจรชั่วคราวจะต้องดำเนินด้วยการราดด้วยวัสดุชนิด Prime Coat บนชั้นพื้นฐาน และตามด้วยชั้นคอนกรีตแอสฟัลต์ (Asphaltic Concrete)
(8) การก่อสร้างงานผิวแอสฟัลต์ จะต้องใช้วัสดุที่เป็นแอสฟัลต์ผสมร้อน ซึ่งต้องประกอบด้วยส่วนผสมของแอสฟัลต์ ซีเมนต์และหินคลุก ก่อนปูแอสฟัลต์ผสมร้อนต้องบดอัดชั้นพื้นฐานให้ได้ความหนาแน่นตามกำหนด และฉีดพ่นวัสดุชนิด Prime Coat มาแล้วเกินกว่า 24 ชั่วโมง และพื้นที่บริเวณที่จะก่อสร้างจะต้องแห้งตลอดเวลา ผิวจราจรแอสฟัลต์ที่ก่อสร้างใหม่จะต้องเรียบและปราศจากหลุมบ่อ
(9) การก่อสร้างงานผิวทางคอนกรีต จะต้องใช้วัสดุที่เป็นปูนซีเมนต์ชนิดปอร์ตแลนด์ซีเมนต์ประเภท 1 เหล็กเส้นเสริมคอนรีตจะต้องเป็นเหล็กเส้นสำหรับงานโครงสร้าง ได้แก่ เหล็กเส้นกลมตามมาตรฐาน มอก. 20 เหล็กข้ออ้อยตามมาตรฐาน มอก. 24 และตะแกรงลวดผิวเรียบตามมาตรฐาน มอก. 737
1.3 การวางท่อประปาโดยไม่ต้องขุดร่องดิน
1.3.1 การจัดเตรียมงานและการประสานงาน
(1) ต้องดำเนินการตามระเบียบข้อบังคับของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมชลประทาน เทศบาล การรถไฟแห่งประเทศไทย เป็นต้น
(2) ต้องรอให้ตกลงกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เรียบร้อยเสียก่อน จึงจะเข้าดำเนินการใดๆ ในเขตรับผิดชอบของหน่วยงานนั้นได้
(3) ความลึกหลังท่อหรือหลังท่อปลอก จะต้องไม่น้อยกว่าระยะซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นผู้กำหนด
1.3.2 การวางท่อข้ามคลองหรือบริเวณที่มีน้ำขัง
(1) ท่อที่วางเกาะสะพานและวางลอยเหนือพื้นดินในช่วงนี้ ให้ใช้ท่อเหล็ก
(2) จะต้องขุดหลุมสำรวจชั้นดินตามแนวการวางท่อบริเวณที่จะต้องตอกเสาเข็มทำโครงสร้างรับท่อ และจะต้องสำรวจตรวจสอบสิ่งก่อสร้างและสาธารณูปโภคใต้ดิน
(3) จะต้องติดประตูระบายอากาศที่ระดับและตำแหน่งของท่อตามที่กำหนดไว้ในแบบแปลน
(4) จะต้องป้องกันและรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสะพานและสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ที่อยู่ในบริเวณก่อสร้าง รวมทั้งต้องป้องกันไม่ให้กีดขวางทางเดินเท้าและการจราจรของยานพาหนะ
(5) ในบริเวณซึ่งท่อจะต้องวางผ่านบริเวณที่มีน้ำขัง จะต้องวางท่อบนโครงสร้างคอนกรีต
รับท่อตามที่ระบุไว้ในแบบแปลน ต้องวางท่อให้ได้ระดับที่กำหนด และต้องติดตั้งประตูระบายอากาศ
ณ จุดสูงสุดของท่อ หรือ ณ จุดปลายทิศทางการไหลของน้ำตามที่ระบุไว้ในแบบแปลน
(6) หลังจากการวางท่อข้ามคลองแล้วเสร็จ จะต้องทาสีน้ำรองพื้นกันด่างอย่างน้อยหนึ่งครั้ง และทาทับด้วยสีน้ำพลาสติกภายนอกอีกอย่างน้อยสองครั้ง ให้ใช้ชนิดสีตามที่ระบุไว้ในแบบแปลนก่อสร้าง การทาสีจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิตสีโดยเคร่งครัด

 

                                                                     
                                            รูปที่ 1.การเตรียมวางท่อประปา                                                                                                                   รูปที่ 2.การวางท่อประปาภายนอกอาคาร

                                                                

                                                                       
                                                                รูปที่ 3.การวางท่อประปาโดยต้องขุดร่องดิน                                                                                                  รูปที่ 4. การวางท่อบนสะพานรับท่
 

 



|เทคโนฯ|ประปาไทย|

 

ที่มา  :  มาตรฐานการติดตั้งท่อประปา   กรมโยธาธิการและผังเมือง