น้ำบาดาลติดเกาะ

เกิดน้ำบาดาลบนเกาะได้อย่างไร
 น้ำบาดาลเกิดจากน้ำฝนที่ตกลงมาสู่พื้นดินแล้วไหลซึมลงสู่ใต้ดิน ส่วนหนึ่งจะซึมอยู่ตามช่องว่างระหว่างเม็ดดินเรียกว่า น้ำในดิน (soil water) ซึ่งอาจถูกแดดเผาให้ระเหยแห้งไปในช่วงฤดูแล้ง น้ำที่เหลือจากน้ำในดินจะไหลซึมลงต่อไป สุดท้ายจะไปถูกกักเก็บไว้ตามช่องว่าง ตามรูพรุน หรือตามรอยแยกในหินหรือชั้นหิน จนกระทั่งหินดังกล่าวอิ่มตัวด้วยน้ำ น้ำที่ถูกกักเก็บไว้ดังกล่าวเรียกว่า น้ำบาดาล (Groundwater)


 


น้ำบาดาลที่สะสมตัวบนเกาะ มีต้นกำเนิดไม่แตกต่างจากน้ำบาดาลที่สะสมตัวในแผ่นดินทั่วไปแต่จะแตกต่างกันคือ พื้นที่เกาะส่วนใหญ่จะมีภูเขาสูงอยู่ตรงกลางของพื้นที่ และมีอ่าวรอบเกาะซึ่งมีพื้นที่รับน้ำขนาดเล็ก เมื่อน้ำฝนตกลงมาน้ำบางส่วนจะซึมลงสู่ตะกอนกรวด ทราย หรือรอยแตกของหินแข็งและสะสมตัวในชั้นน้ำบาดาล และบางส่วนจะไหลลงสู่ทะเลอย่างรวดเร็วปริมาณของน้ำบาดาลบนเกาะจึงขึ้นอยู่กับพื้นที่ และประเภทของชั้นหินอุ้มน้ำ ส่วนใหญ่แล้วพื้นที่เกาะมักเป็นพื้นที่ภูเขาสูงมีที่ราบน้อยและชั้นหินอุ้มน้ำส่วนใหญ่เป็นหินแข็ง ซึ่งเป็นลักษณะของพื้นที่ที่มีศักยภาพน้ำบาดาลต่ำ

ศักยภาพน้ำบาดาลบนเกาะ
 จากข้อจำกัดของพื้นที่รับน้ำบนเกาะที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก อีกทั้งพื้นที่เกาะส่วนใหญ่รองรับด้วยหินแข็งและมีหินร่วนที่มีความหนาไม่มากทำให้ปริมาณน้ำต้นทุนมีจำกัด การศึกษาสมดุลน้ำบาดาลในพื้นที่เกาะจะทำให้ทราบปริมาณน้ำต้นทุน ปริมาณน้ำที่สามารถพัฒนาขึ้นมาใช้ได้โดยไม่เสียสมดุล เพื่อเป็นแนวทางในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำบาดาลอย่างเป็นระบบสามารถใช้เป็นแหล่งน้ำสำรองในช่วงที่ขาดแคลนน้ำผิวดิน

การพัฒนาน้ำบาดาลบนเกาะขึ้นมาใช้

                        

 

                       

โครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลและระบบประปาเพื่อการอุปโภค บริโภค พื้นที่เกาะพะลวยสนับสนุนโครงการพัฒนาเกาะต้นแบบพลังงานสะอาด (
Green Lsland) ณ เกาะพะลวย ตำบลอ่างทอง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

 


            


โครงการ Water of life ณ บ้านบาปูเต๊ะ ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง

 

        

โครงการประเมินศักยภาพแหล่งน้ำบาดาล และศึกษาความเหมาะสม ในการวางแผนและพัฒนาน้ำบาดาลมาใช้ได้อย่างยั่งยืนในพื้นที่ เกาะช้าง อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด


สภาพปัญหาของแหล่งน้ำบาดาลที่พบบนเกาะ
- ด้วยลักษณะภูมิประเทศของเกาะส่วนใหญ่ที่เป็นภูเขาสูงชันบริเวณกลางเกาะ และค่อยๆลาดลงเป็นพื้นที่ราบไปจนถึงชายหาด ทำให้ลำน้ำบนเกาะไม่สามารถกักเก็บน้ำฝนส่วนใหญ่เอาไว้ได้ ฝนที่ตกลงมาจะไหลเร็วและแรงลงสู่ทะเล ส่งผลให้มีปริมาณน้ำเหลืออยู่ในลำน้ำน้อยมากเมื่อฤดูแล้งมาถึง จึงมักเกิดภาวะขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคบนพื้นที่เกาะเสมอ
- พื้นที่เกาะส่วนใหญ่ พัฒนาแหล่งน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ได้ยาก เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่เป็นหินแข็ง และพื้นที่สูงชัน นำรถเจาะเข้าพื้นที่ลำบาก ซึ่งไม่ใช่ลักษณะแหล่งน้ำบาดาลที่ดียกเว้นหินแข็งที่มีรอยแตก
- การเจาะพัฒนาน้ำบาดาลต้องทำการสำรวจแหล่งน้ำบาดาลตามหลักวิชาการอย่างละเอียดเพื่อหาพื้นที่ที่มีศักยภาพน้ำบาดาลมากที่สุด (ทั้งปริมาณและคุณภาพ)
- ประชาชนส่วนใหญ่ใช้น้ำจากบ่อน้ำตื้น
- คุณภาพน้ำบาดาลเค็ม โดยเฉพาะบริเวณชายหาด

แนวทางอนุรักษ์น้ำบาดาลบนเกาะ
ให้ความรู้กับชาวบ้านในพื้นที่เรื่องการบริหารจัดการการใช้น้ำฝน น้ำผิวดิน และน้ำบาดาลอย่างเป็นระบบ เพื่อไม่ให้เกิดการแก่งแย่งน้ำกันระหว่างบ่อน้ำบาดาล ซึ่งการใช้น้ำเกินสมดุลอาจก่อให้เกิดสภาวะที่น้ำทะเลรุกล้ำเข้ามาปนเปื้อนสู้ชั้นน้ำบาดาลจืดจนทำให้เกิดการเสียหายต่อแหล่งน้ำบาดาลในระยะยาว อีกแนวทางหนึ่งที่ต้องดำการร่วมกัน คือ การสร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมของชุมชน สนับสนุนให้เกิดการรวมกลุ่มของชาวบ้านเพื่ออนุรักษ์น้ำบาดาลอย่างยั่งยืน ซึ่งการมุ่งเน้นไปที่กลุ่มเยาวชน หรือ โรงเรียนบนเกาะก็สามารถพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ให้กับชุมชนได้ ตัวอย่างเช่น กิจกรรมเครือข่ายเยาวชนรักษ์น้ำบาดาลในพื้นที่เกาะช้าง
 

                  


|เทคโนฯ|ประปาไทย|

ที่มา : เอกสารแผ่นพับ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล