บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

 

การลดค่าไฟฟ้าในระบบประปา ด้วยระบบมิเตอร์ไฟฟ้า แบบ TOU
นำเสนอตัวอย่างให้เห็นวิธีคิดค่าไฟฟ้าทั้งสองแบบเพื่อเปรียบเทียบกัน

 

 

 

ตารางที่ 1 อัตราค่าไฟฟ้ากิจการขนาดเล็ก ประเภทที่ 2.1 อัตราปกติ (ค่า ft = 0.7342)

แรงดันไฟฟ้า

 ปริมาณไฟฟ้า  (บาท/หน่วย)

พลังงานไฟฟ้า (บาท/เดือน)

ค่าบริการ (บาท/เดือน)

ต่ำกว่า 22 kv

หน่วยที่ 0-150 1.8047

40.90

  หน่วยที่ 151-400 2.7781  
  หน่วยที่ 401เป็นต้นไป 2.9780  

 

ตารางที่ 1 อัตราค่าไฟฟ้ากิจการขนาดเล็ก ประเภทที่ 2.1 อัตราปกติ (ค่า ft = 0.7342)

แรงดันไฟฟ้า

พลังงานไฟฟ้า (บาท/หน่วย)

ค่าบริการ (บาท/หน่วย)

 

Peak (09.00-22.00)     Off Peak (22.00-09.00)  

ต่ำกว่า 22 kv

           4.3093                         1.2246    

  57

หมายเหตุ : Peak วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 22.00 น.
            Off Peak วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 22.00 – 09.00 น. และวันเสาร์ – อาทิตย์, วันหยุดราชการตามปกติ


                  ตัวอย่างระบบประปาหมู่บ้านซึ่งมีปริมาณการใช้น้ำประมาณ 90.7 ลบ.ม/วัน มีอัตราการใช้น้ำในรอบวันตามรูปที่ 1 โดยช่วง Peak จะใช้น้ำประมาณ 52.1 ลบ.ม./วัน และช่วง Off Peak ใช้น้ำประมาณ 38.6 ลบ.ม./วัน ถ้าในหนึ่งเดือนมีวันทำงานปกติเฉลี่ยจันทร์-ศุกร์ 21 วัน วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ 9 วัน จะสามารถประมาณการการใช้น้ำในรอบหนึ่งเดือนตามช่วงเวลาของมิเตอร์แบบ TOU ได้ดังนี้
1. ปริมาณการใช้น้ำช่วง Peak (จันทร์-ศุกร์ 09.00-22.00 น.) = 21 x 52.1 = 1,094.1 ลบ.ม.
2. ปริมาณการใช้น้ำช่วง Off Peak (จันทร์-ศุกร์ 22.00-09.00น.) = 21 x 38.6 = 810.6 ลบ.ม.
3. ปริมาณการใช้น้ำช่วง Off Peak (เสาร์-อาทิตย์, วันหยุดราชการ) = 9 x 90.7 = 816.3 ลบ.ม.

การคำนวณค่าไฟฟ้า
                   โดยปกติปริมาณใช้พลังงานไฟฟ้าจะผันแปรโดยตรงกับปริมาณน้ำที่ระบบประปาผลิตได้ แต่อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าต่อหน่วยปริมาณน้ำที่ผลิตของแต่ละระบบประปาอาจมีค่าแตกต่างกันขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพของเครื่องสูบน้ำ, ระดับน้ำที่ทำการสูบ, การออกแบบระบบท่อ ซึ่งมีค่าประมาณ 0.30-0.50 หน่วย/ลบ.ม. ในกรณีตัวอย่างนี้ จะประมาณอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าเป็น 0.40 หน่วย/ลบ.ม. จะได้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าในรอบหนึ่งเดือนตามปริมาณการใช้น้ำ ดังนี้


ปริมาณไฟฟ้าช่วง                                     Peak(จันทร์-ศุกร์ 09.00-22.00 น.)                         = 0.40 x 1,094.1 = 438 หน่วย 
ปริมาณไฟฟ้าช่วง                                     Off Peak (เสาร์-อาทิตย์, วันหยุดราชการ)                    = 0.40 x 816.3 = 327 หน่วย
 ปริมาณไฟฟ้าช่วง                                    Off Peak (จันทร์-ศุกร์ 22.00-09.00)                       = 0.40 x 810.6 = 324 หน่วย
รวมปริมาณหน่วยไฟฟ้าที่ใช้                                                                                       = 483 + 324 + 327 = 1,089 หน่วย/เดือน

การคิดค่าไฟฟ้ากรณีใช้มิเตอร์แบบปกติ
ค่าไฟรวม          1,089 หน่วย         = (1.8047x150)+(2.7781x250)+(2.9780x(1,089-400))              = 3,017.07 บาท
ค่า ft    =     0.7342 x 1,089         = 799.54 บาท                      ค่าบริการ = 40.90 บาท
รวมค่าไฟฟ้า ค่า ft และค่าบริการ        = 3,017.07 + 799.54 + 40.90              = 3,857.52 บาท
คิดภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
รวมค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่าย                  = 1.07 x 3,857.52                           = 4,127.54 บาท                  ...........................1

การคิดค่าไฟฟ้ากรณีใช้มิเตอร์แบบ TOU
ค่าไฟฟ้าช่วงPeak                      = 4.3093 x 438                              = 1,887.47 บาท
ค่าไฟฟ้าช่วง Off Peak                 = 1.2246 x (324+327)                      = 797.21 บาท
ค่า ft    =      0.7342 x 1,089         = 799.54 บาท ค่าบริการ                      = 57.95 บาท
รวมค่าไฟฟ้า ค่า ft และค่าบริการ         = 1,887.47 + 797.21 + 799.54 + 57.95   = 3,542.18 บาท
คิดภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
รวมค่าไฟฟ้าที่ต้องจ่าย                    = 1.07 x 3,542.18                          = 3709.13 บาท                 .............................2

ดังนั้น เมื่อเปรียบเทียบกรณีการใช้มิเตอร์ไฟฟ้าในระบบประปา แบบปกติ กับการใช้มิเตอร์ไฟฟ้าแบบ TOU ในระบบประปาแห่งเดียวกันแล้ว พบว่าสามารถประหยัดค่าไฟฟ้าลงไปได้ = ((1-2)/1) x 100) =
((4,127.54 – 3,790.13)/4,127.54) x 100 = 8.17% ตามตัวอย่างที่ยกมาแสดงนี้ เป็นเพียงแนวทางที่ชี้ให้เห็นว่าในระบบประปาหมู่บ้านทั่วไปการนำมิเตอร์ไฟฟ้าแบบ TOU มาใช้ มีความเป็นไปได้ที่จะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในการผลิตน้ำประปา ทำให้ผู้บริหารกิจการประปามีรายได้จากการจำหน่ายน้ำประปามากขึ้น สามารถนำเงินที่ประหยัดได้จากค่าไฟฟ้านี้ไปปรับปรุงคุณภาพน้ำ และประสิทธิภาพการทำงานของระบบประปาในด้านอื่นๆได้ต่อไป
 


|ประปาไทยฯ|เทคโนฯ|
 

ที่มา:วารสารรายไตรมาตร หยดน้ำ ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 ต.ค. - ธ.ค. 2550