อะไรอยู่ใน “ตู้” น้ำดื่ม ?

หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า “น้ำดื่ม” มีความสำคัญต่อร่างกายเพียงใด ร่างกายของมนุษย์เรามีน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญขาดไม่ได้ ซึ่งน้ำสะอาดที่เราใช้ดื่มกันนั้นในปัจจุบันก็มีให้เลือกหลายประเภท หนึ่งในทางเลือกที่หลายคนใช้เป็นแหล่งซื้อหาน้ำดื่มก็คือ “ตู้น้ำดื่มแบบหยอดเหรียญ” ที่ปัจจุบันมีกระจายติดตั้งอยู่ทั่วไปในย่านชุมชนที่มีหอพักจำนวนมากเพราะทั้งสะดวกในการใช้บริการและมีราคาถูกมากเมื่อเทียบกับน้ำดื่ม บรรจุขวด โดยน้ำที่ได้จากตู้หยอดเหรียญจะมีราคาอยู่ที่ประมาณลิตรละ ๗๐-๘๕ สตางค์เท่านั้น

โดยวิธีการและแหล่งน้ำที่ใช้ในการผลิตน้ำดื่มจากตู้หยอดเหรียญน่าจะมีความปลอดภัยเหมาะสำหรับการบริโภค เพราะใช้น้ำประปาที่คุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานผ่านกระบวนการหรือขั้นตอนที่ทำให้ได้น้ำดื่มที่มีคุณภาพและความสะอาด แต่จากการวิจัยของหลายหน่วยงานในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา พบว่า น้ำที่ได้จากตู้หยอดเหรียญยังมีความเสี่ยงในเรื่องของการปนเปื้อนเชื้อโรค ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาต่อสุขภาพได้ ข้อมูลจากการศึกษาวิจัยและเฝ้าระวังของคณะเทคนิคการแพทย์มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติที่ได้ทำการศึกษาเชิงสำรวจคุณภาพน้ำดื่มจากตู้น้ำหยอดเหรียญ โดยสุ่มตัวอย่างจากพื้นที่ ๓๐ เขตของกรุงเทพ ฯ จำนวน ๕๔๖ ตัวอย่างจาก ๒๐ ตราผลิตภัณฑ์ ในช่วงเดือน มี.ค.-มิ.ย. ๒๕๔๘ โดยอาศัยเกณฑ์ประเมินคุณภาพของ ๓ หน่วยงาน ได้แก่ มอก. ๒๕๗-๒๕๒๑ ของกระทรวงอุตสาหกรรม มาตรฐานตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ ๖๑ (๒๕๒๔) และ ฉบับที่ ๑๓๕ (๒๕๓๔) และมาตรฐานของการประปานครหลวง

ในภาพรวมพบว่า มีน้ำดื่มจากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานสูงถึง ๒๘๙ ตัวอย่างหรือคิดเป็นร้อยละ ๕๒.๙ โดยมีประเด็นที่น่าสังเกตคือ เมื่อจำแนกตามตรายี่ห้อผลิตภัณฑ์ของตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญทั้ง ๒๐ ตรา พบว่าไม่มีกลุ่มตัวอย่างผลิตภัณฑ์จากตรายี่ห้อใดเลยที่ผ่านเกณฑ์ได้ทั้งหมด และในจำนวนนี้มีมากกว่าครึ่งหนึ่งของตราผลิตภัณฑ์ไม่ผ่านเกณฑ์ในสัดส่วนมากกว่าร้อยละ ๕๐ ของกลุ่มตัวอย่างที่สุ่มตรวจของแต่ละตราผลิตภัณฑ์

ในปี พ.ศ. ๒๕๔๙ สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำ กรมอนามัย ได้ทำการเฝ้าระวังความปลอดภัยของน้ำดื่มจากตู้น้ำหยอดเหรียญ โดยสุ่มตรวจตู้น้ำหยอดเหรียญจาก ๙ จังหวัด (รวมกรุงเทพ และนนทบุรี) พบว่าไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน (แบคทีเรีย) ชองกรมอนามัยจำนวน ๓ ตัวอย่าง (จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน ๓๓ ตัวอย่าง) และพบการปนเปื้อนของเชื้อโคลิฟอร์ม (Coliform bacteria) จำนวน ๑ ตัวอย่าง (จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน ๒๒ ตัวอย่าง)

ในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข ได้ทำการศึกษาเรื่องความปลอดภัยของการบริโภคน้ำจากเครื่องผลิตน้ำดื่มหยอดเหรียญ โดยสุ่มตัวอย่างจากเขตพื้นที่ต่าง ๆ ใน กทม. จำนวน ๓๕๐ ตัวอย่าง (๕๐ เขต ๆ ละ ๗ ตัวอย่าง) ปรากฏว่า ผ่านเกณฑ์มาตรฐานตามประกาศกระทรวง ฯ ฉบับที่ ๖๑ พ.ศ. ๒๕๒๔ และฉบับที่ ๑๓๕ พ.ศ. ๒๕๓๔ จำนวน ๒๖๔ ตัวอย่าง ซึ่งหมายความว่ากว่าร้อยละ ๒๕ ของกลุ่มตัวอย่างไม่ผ่านเกณฑ์และในจำนวนนี้พบว่าไม่ผ่านเกณฑ์เรื่อง ความเป็นกรด-ด่าง (pH) และความกระด้างร้อยละ ๒๐.๙ พบการปนเปื้อนของเชื้อโคลิฟอร์มร้อยละ ๕.๔๓ E. coli ร้อยละ ๐.๕๗ นอกจากนี้ยังพบการปนเปื้อนของเชื้อโคลิฟอร์มบริเวณหัวจ่ายน้ำของตู้น้ำหยอดเหรียญถึงร้อยละ ๒๓.๔๑ และมีตะไคร่เกาะอยู่ที่หัวจ่ายน้ำกว่าร้อยละ ๕๐ ของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด


ในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ สำนักสุขาภิบาลอาหารและน้ำกรมอนามัย ได้ทำการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำบริโภคครัวเรือนอีกครั้ง โดยสุ่มตรวดน้ำดื่มเพื่อการบริโภคประเภทต่าง ๆ ของครัวเรือนจาก ๑๙ จังหวัดในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ (ไม่รวม กทม.) ทั้งเขตเมืองและชนบท ซึ่งได้มีการสุ่มตรวจคุณภาพน้ำดื่มตู้หยอดเหรียญด้วยจำนวน ๖ ตัวอย่าง พบว่าไม่ผ่านเกณฑ์แบคทีเรียจำนวน ๔ ตัวอย่าง จากการทบทวนการสำรวจทั้งหลายที่กล่าวมา พบว่าสาเหตุสำคัญที่น้ำดื่มจากตู้หยอดเหรียญมีการปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียและโคลิฟอร์ม เนื่องจากความไม่สะอาดของอุปกรณ์กรองน้ำ ภาชนะที่เก็บน้ำ และการเก็บน้ำที่กรองออกมาอย่างไม่ถูกสุขลักษณะนั่นเอง ที่ทำให้เกิดการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ นอกจากนี้ในบางจุดยังพบสาหร่ายและตะไคร่ในบริเวณหัวจ่ายน้ำอีกด้วย


                  ดังนั้นหากผู้บริโภคต้องการใช้บริการน้ำดื่มจากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ ควรเพิ่มความสังเกตทั้งลักษณะภายนอกของตู้น้ำดื่ม และกลิ่น สี รวมไปถึงรสชาติของน้ำด้วย สำหรับลักษณะภายนอกของตู้น้ำดื่มควรเลือกตู้ที่ไม่มีฝุ่นผงหรือคราบสกปรก ผู้ประกอบการควรมีการทำความสะอาด เช็ดถู บริเวณรอบ ๆ ตู้ด้วย โดยเฉพาะตรงจุดที่ใช้สำหรับวางภาชนะบรรจุต้องสะอาด ไม่มีฝุ่นผงมีฝาปิดเพื่อป้องกันฝุ่นละออง หัวจ่ายน้ำต้องสะอาด ไม่มีคราบสนิมหรือตะไคร่น้ำ และควรเลือกใช้ตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญที่ตั้งอยู่ในที่ร่มไม่มีแสงแดดส่องถึง เพราะแสงแดดเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดตะไคร่เกาะในหัวจ่ายน้ำ

                  ลำดับต่อไปต้องดูที่การควบคุมคุณภาพน้ำ โดยตู้น้ำหยอดเหรียญบางยี่ห้อจะมีผู้ดูแลตู้เข้ามาทำการตรวจสอบคุณภาพของเครื่องและไส้กรอง จากนั้นจะทำการแปะสติ๊กเกอร์แสดงข้อความบอกวันเวลาที่เข้ามาตรวจสอบ เป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยผู้บริโภคได้ เมื่อเลือกตู้ที่ที่พอจะวางใจได้แล้ว ต่อไปให้สังเกตกลิ่น สี รส ความขุ่นว่ามีความผิดปกติหรือไม่ ถ้าเป็นตู้น้ำหยอดเหรียญที่ใช้อยู่เป็นประจำ หากพบความผิดปกติก็ควรจะเปลี่ยนตู้ใหม่ หรือรอให้ผู้ดูแลทำความสะอาดหรือเปลี่ยนไส้กรองเสียก่อน นอกจากนี้ภาชนะที่นำไปบรรจุน้ำดื่ม ควรต้องมีความสะอาดและมีขนาดพอดีกับปริมารน้ำ ไม่ควรสัมผัสหัวจ่ายน้ำด้วยมือหรือวัสดุอื่นใด เพื่อป้องกันเชื้อโรคปนเปื้อนลงในน้ำดื่ม

รู้อย่างนี้แล้ว ใช้บริการตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญครั้งต่อไปอย่ามองแต่ความใสควรใสใจให้มากขึ้น


|ประปาไทยฯ|เทคโนฯ|


ที่มา : หนังสิพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ประจำวันที่ ๑๒ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ หน้า จุดประกาย/Life