คลอรีนในน้ำประปา
ไม่ก่อให้เกิดมะเร็ง
 


       เนื่องจากการประปาจำต้องใช้ “ คลอรีน ” ฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปา เช่นเดียวกับประปาทั่วโลก เพราะคลอรีนสามารถจัดเชื้อโรคในระบบผลิต แล้วยังช่วยฆ่าเชื้อโรคที่อาจปะปนอยู่ในถังและระบบท่อจ่ายน้ำได้อีกด้วย

             การใช้คลอรีนฆ่าเชื้อโรคในน้ำประปาดังกล่าว อาจทำให้ผู้บริโภคได้กลิ่นคลอรีนในน้ำประปาบ้าง แต่นั่นกลับเป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าน้ำประปานั้นสะอาด ปราศจากเชื้อโรค ที่สำคัญสามารถดื่มได้อย่างปลอดภัย และโอกาสที่จะเป้นมะเร็งเพราะการดื่มน้ำประปาน้อยมาก
                                                                 
            แต่ในปัจจุบัน มักมีการกล่าวอ้างว่ามีข้อมูลการวิจัยจากต่างประเทศ ว่าคลอรีนในน้ำประปาก่อให้เกิดสารก่อมะเร็งที่เรียกว่า ไตรฮาโลมีเธนส์ จนอาจทำให้ผู้บริโภคน้ำประปาเกิดความตื่นตระหนกคิดว่าน้ำประปาไม่เหมาะสำหรับดื่ม จำเป็นต้องติดเครื่องปรับปรุงคุณภาพน้ำในลักษณะต่าง ๆ เพื่อให้ตนเองปลอดภัยจากการบริโภคน้ำประปา

            นางยิ่งลักษณ์ ธัญญะโชโต ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร การประปานครหลวง ( กปน. ) เปิดเผยว่าเพื่อให้ประชาชนได้มีความรู้และเกิดความเข้าใจมากขึ้น จึงขอชี้แจงว่า น้ำประปาเป็นที่ผลิตมาจากน้ำดิบจากธรรมชาติ ย่อมมีสารอินทรีย์ที่เกิดจากสิ่งมีชีวิตปะปนอยู่ เมื่อทำปฎิกิริยาเคมีกับคลอรีน ทำให้เกิดสารประกอบเคมีที่เรียกว่า Trihalomethanes ( THMs ) หรือ “ ไตรฮาโลมีเธนส์ ” ที่ผ่านมา กปน.มิได้นิ่งนอนใจได้ติดตามการศึกษาและวิจัยของพิษภัยสารตัวนี้มาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งองค์การอนามัยโลก ได้กำหนดคลอรีนอิสระคงเหลือในน้ำประปาไว้ไม่ต่ำกว่า 0.2 มิลิกรัมต่อลิตร และสูงไม่เกิน 0.5 มิล
ลิตรกรัมต่อลิตร ทั้งยังยังได้กำหนดน้ำดื่มมีผลรวมอัตราส่วนระหว่างปริมาณไตรฮาโลมีเธนส์ที่ตรวจพบปริมาณสารตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยมีค่าได้ไม่เกิน

            และเพื่อให้เกิดความมั่งใจยิ่งขึ้น ฝ่ายคุณน้ำ ของ กปน. จึงได้วิเคราะห์ปริมาณไตรฮาโลมีเลธนส์ อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดทั้งได้เคยว่าจ้างให้คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยหิดล และคณะวิศวกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตรวจหาไตรฮาโลมีเลธนส์ในน้ำประปาของ กปน. และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสุขภาพของผู้บริโภค ซึ่งได้ผลออกมาว่าปริมาณสารไตรฮาโลมีเลธนส์ในน้ำประปาต่ำกว่าเกณฑ์กำหนดขององค์การอนามัยโลกมาก จึงมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งน้อยมาก

            อาจกล่าวได้ว่าหากมนุษย์คนหนึ่งจะเป็นโรคมะเร็ง ก็ไม่ได้เกิดการดื่มน้ำประปาอย่างแน่นอน เนื่องจากในสภาพแวดล้อมปัจจุบันล้วนมีส่วนทำให้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งมากกว่า เช่น พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกต้อง ผัก ผลไม้ที่มียาฆ่าแมลงมลพิษในอากาศหรือความเครียด ฯลฯ

            ขณะเดียวกัน อาจจะกล่าวได้ว่า การดื่มน้ำจากธรรมชาติโดยปราศคลอรีน จะมีความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตมากกว่าผลกระทบจากน้ำประปาที่มีไตรฮาโลมีเธนส์เสียอีก

            แต่หากผู้บริโภคยังไม่ใจ ต้องการกำจัดไตรฮาโลมีเธนส์จากน้ำประปา ก็สามารถทำได้ง่าย ๆ เนื่องจากไตรฮาโลมีเธนส์จัดอยู่ในกลุ่มสารอินทรีย์ระง่าย เพียงรองน้ำประปาตั้งทิ้งไว้ในภาชนะเปิดประมาณ 15 นาทีถึงครึ่งชั่วโมง ปริมาณไตรฮาโลมีเธนส์ซึ่งอยู่ในระดับต่ำ และไม่ส่งผลต่อสุขภาพ รวมทั้งคลอรีนซึ่งอาจส่งผลต่อกลิ่นและรสของน้ำก็จะระเหยหมดไปเอง

            ไม่จำเป็นต้องไปซื้อเครื่องกรองน้ำราคาแพงที่บอกว่าสามรถกำจัดไตรฮาโลมีเธนส์ได้ เพราะจะทำสิ้นเปลืองเงินโดยใช่เหตุ!!!
หากต้องการความมั่นใจยิ่งขึ้น ผู้บริโภคสามารถนำน้ำประปาไปต้มก่อน โดยเปิดฝาภาชนะต้มก็ช่วยได้เช่นกัน เพราะน้ำประปาต้มเป็นน้ำดื่มที่สะอาดและปลอดภัยที่สุด

            “ ในยุคข่าวสารไร้พรแดน หากคุณใช้อินเทอร์เน็ตและได้รับเมเกี่ยวสุขภาพที่ส่งต่อ ๆ กันมา หรือผลงาวิจัยที่ออกมามากมายทุกวัน อาจจะทำให้เรากลัวไปหมดจนไม่สามารถดำรงชิวิตอย่างปกติได้ เอาแค่เรื่องใกล้ตัวอย่างกาแฟเรื่องเดียว บ้างก็ว่าดื่มแล้วดี บ้างว่าดื่มแล้วไม่ดี ไม่รู้ควรจะเชื่ออะไรดี ทางที่เราควรใช้ทางสายกลางและอย่างเชื่ออะไรจนกลัวไปหมดดีกว่า แต่ขอยืนยันว่าประปาของ กปน. นั้นได้รับการดูแลและตรวจสอบในเรื่องคุณภาพน้ำอย่างดีที่สุด ทั้งนี้เพื่อให้ความปลอดภัยต่อสุขภาพและอนามัยของผู้บริโภคน้ำของเรานับล้าน ๆ คน “ นางยิ่งลักษณ์ ธญญะโชโต ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์ กปน. กล่าวสรุป

            หากมีข้อสงสัยเรื่องน้ำประปา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคลอรีน ไตรอาโลมีเธนส์ หรือเรื่องอื่น ๆ สามารถโทรศัพท์สอบถามโดยตรงกับนักวิทยาศาสตร์ กปน. ได้ที่ โทร. 1125 ตลอด 24ชั่วโมง.
ฝ่ายสื่อสารองค์กร การประปานครหลวง

 

|ประปาไทยดอตคอม|เทคโนโลยี|

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับที่21761 วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
           คอลัมน์ "หมายเหตุประชาชน"