การควบคุมดูแล บำรุงรักษาเครื่องสูบน้ำหอยโข่ง ( Volute Type )

การเดินเครื่องสูบน้ำ

1. ปิดประตูน้ำทางด้านท่อจ่าย

2. เอาน้ำเข้าท่อดูดจนเต็มด้วยเครื่องสูบน้ำสูญญากาศ ก่อนจะเดินเครื่องสูบน้ำต้องแน่ใจว่ามีน้ำในเครื่องสูบ ทั้งนี้เพราะว่าเครื่องสูบน้ำส่วนใหญ่ต้องการน้ำมาหล่อลื่นและระบายความร้อนถ้าเดินเครื่องโดยไม่มีน้ำหล่อเลี้ยงเป็นเวลานานจะทำให้แหวนกันสึก รองลื่น(Bearing ) และกัน รั่ว(Packing)จะสึกกร่อนไหม้หรือชำรุดได้

3. ในกรณีที่กันรั่ว(Packing) ออกแบบไว้ให้มีน้ำหรือของเหลวอื่นมาหล่อเลี้ยง ก็ให้เปิดก๊อกให้น้ำ หรือ วัสดุหล่อลื่นเข้ามาหล่อเลี้ยงไว้

4. เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วก็กดปุ่มเดินเครื่องสูบน้ำได้

5. หลังจากมอเตอร์หมุนได้รอบเต็มที่ และความดันในห้องสูบน้ำหรือหน้าประตูน้ำขึ้นถึงระดับที่กำหนดแล้ว ก็ค่อยๆ เปิดประตูน้ำทีละน้อย จนกระทั่งสุดหรือได้อัตราที่ต้องการ

การหยุดเดินเครื่องสูบน้ำ

1. ปิดประตูน้ำอย่างช้า ๆ อย่าปิดอย่างรวดเร็ว หรือหยุดเครื่องโดยไม่มีการปิดประตูน้ำอย่างช้าๆเสียก่อน

2. เมื่อปิดประตูน้ำสนิทแล้วจึงปิดสวิทซ์เดินเครื่อง

3. ปิดก๊อกจ่ายน้ำหรือของเหลวไปหล่อเลี้ยงกันรั่ว

ข้อระวังการหยุดเครื่องสูบน้ำ

1. ปิดประตูน้ำทางจ่ายก่อน ที่จะปิดสวิทซ์เพื่อหยุดเครื่องสูบน้ำ

2. เติมน้ำก่อนเดินเครื่องสูบน้ำ โดยใช้เครื่องสูบน้ำดูดสูญญากาศ (Vacuum pump) ต้องเปิดให้ความดันลมหมดไปหลังจากหยุดเดินเครื่องสูบและปล่อยน้ำในเครื่องสูบคืนสู่บ่อสูบ เพื่อมิให้มีความดันลมค้างอยู่ในเครื่องสูบ

3. ถ้าใช้น้ำหล่อเย็น ปิดวาล์วน้ำหล่อเย็น หลังจากหยุดเครื่องสูบ

4. ของเหลวที่ใช้กันรั่วโดยป้อนเข้าไปในส่วนที่อัดกันรั่ว(Stuffing Box) นั้นควรทิ้งไว้เฉย ๆ

5. ถ้าเครื่องสูบน้ำหยุดเนื่องจากไฟฟ้าดับ ต้องปิดสวิทซ์ไฟฟ้า และขณะเดียวกันก็ปิดวาล์วขาออก

อาการผิดปกติขณะเดินเครื่อง

ในขณะที่ใช้งานควรสังเกตด้วยว่า เครื่องสูบน้ำแสดงอาการผิดปกติหรือไม่ขณะที่เครื่องสูบน้ำทำงานระดับความดันของน้ำในท่อ และกระแสไฟฟ้าที่ใช้ควรจะมีค่าคงที่สม่ำเสมอ ดั้งนั้น ถ้าเครื่องสูบน้ำแสดงอาการผิดปกติเป็นต้นว่าความดันของน้ำในท่อ หรือ กระแสไฟฟ้าแปรปรวน เกิดอาการสั่น หรือมีเสียงดัง ก็ควรหยุดเดินเครื่องสูบแล้วหาสาเหตุ เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงขึ้นได้

การตรวจสอบและบำรุงรักษา

เพื่อให้เครื่องสูบน้ำมีอายุการใช้งานยาวนานและไม่ต้องหยุดทำงานเพื่อซ่อมแซมบ่อยครั้ง เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ทุกเครื่อง ควรมีสมุดประวัติการใช้งานและบำรุงรักษา ตลอดจนมีตารางเวลาสำหรับตรวจสอบและบำรุงรักษาที่แน่นอน การตรวจสอบและการบำรุงรักษาอาจแบ่งออกเป็น การตรวจสอบประจำวัน การตรวจสอบทุกๆ 6 เดือน และการตรวจสอบประจำปี

รายการตรวจสอบประจำวัน

-อุณหภูมิที่ผิวของห้องรองลื่น : อาจตรวจอุณหภูมิโดยใช้เครื่องจับ

-ความดันด้านดูดและความดันด้านจ่าย ใช้เกจวัดความดันบวกและเกจวัดความดันลบ

-การรั่วจากส่วนอัดที่กันรั่ว : สังเกตด้วยสายตา

-กระแสไฟฟ้าที่เข้ามอเตอร์ : แอมมิเตอร์

 -การสั่นสะเทือนและเสียง จับด้วยมือหรือใช้หูฟัง

-ปริมาณน้ำหล่อลื่นในเสื้อของรองลื่น :สังเกตด้วยสายตาและการหมุนของแหวนน้ำมัน

รายการตรวจสอบทุก 6 เดือน

-ตรวจที่อัดการรั่วและปลอกเพลาตรงที่อัด ถ้าเกิดร่องลึกขึ้นที่ปลอกตรงที่อัดกันรั่วเพลาจะต้องเปลี่ยนทั้งที่อัดกันรั่ว และปลอกเพลา

-การเติมน้ำมันหรือไขให้กับรองลื่น

-ตรวจการได้ศูนย์ระหว่างเครื่องสูบน้ำและต้นกำลัง

รายการตรวจสอบประจำปี

-การตรวจรั่วตามเพลาและการซ่อมบำรุงกันรั่ว

-การสึกของปลอกเพลา

-ช่องว่างระหว่างใบพัดกับแหวนกันสึก

-ทดสอบและปรับแก้ไข เกจวัดต่าง ๆ ที่ใช้วัดน้ำและกระแสไฟฟ้า

-เปลี่ยนน้ำมันหล่อลื่นและไขที่รองลื่น

-ตรวจการผุกร่อนของชิ้นส่วนที่เปียกน้ำ

การจดข้อมูลการเดินเครื่องสูบน้ำประจำวัน

การเดินเครื่องสูบน้ำตลอดเวลา ควรมีการจดข้อมูล การปฏิบัติงานทุกวัน เพื่อจะได้สังเกตสภาพการปฏิบัติงาน และดูแลการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นได้ ถ้าสามรถจับสภาพการปฏิบัติงานที่ผิดปกติได้เสียแต่เนิ่น ๆ ก็สามารถเตรียมการซ่อมบำรุง หรือเปลี่ยนชิ้นส่วนที่ชำรุดได้ทัน ในกรณีที่เกิดการเสียหายขึ้น ข้อมูลที่จดไว้ก็อาจเป็นประโยชน์ในการค้นหาสาเหตุของการชำรุดที่เกิดขึ้นได้การตรวจสอบแนวโน้มการใช้งานเปรียบเทียบกับที่ต้องการเราอาจสังเกตการเปลี่ยนแปลงผลของการปฏิบัติงานของเครื่องสูบน้ำอันเนื่องมาจากการเกิดการสึกหรอของชิ้นส่วนที่อยู่ภายในได้

 

|ประปาไทยดอมคอม|เทคโนโลยี|

 

ที่มา : คู่มือการสำรวจ ออกแบบประมาณราคา ก่อสร้างและบำรุงรักษาระบบประปา กองพัฒนาน้ำสะอาด กรมโยธาธิการ