ความกระด้างของน้ำ (water Hardness)

1. ความกระด้างของน้ำมาจากไหน ?
   ค ว า ม ก ร ะ ด้ า ง ข อ ง น้ํ า เ กิ ด จ า ก ก า ร ที่ ก๊ า ซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศรวมตัวกับน้ำฝนเกิดเป็น
กรดคาร์บอนิกซึ่งเป็นกรดอ่อน เมื่อไหลซึมผ่านไปสัมผัสกับชั้นหินปูนซึ่งมีแคลเซียมคาร์บอเนต และ แมกนีเซียม
คาร์บอเนตเป็นองค์ประกอบหลัก จะละลายหินปูน ทำให้น้ำมีปริมาณแคลเซียมและแมกนีเซียมเจือปนมากขึ้น
ส่งผลให้น้ำมีความกระด้าง ดังนั้นการวัดความกระด้างของน้ำจึงใช้หน่วยเป็น มิลลิกรัมต่อลิตรของ
แคลเซียมคาร์บอเนต (mg/l as CaCO3 )

2. เกณฑ์ความกระด้างของน้ำเป็นอย่างไร ?

เกณฑ์ความกระด้างของน้ำ
ปริมาณความกระด้างของน้ำ (mg/l as CaCO3 )
น้ำอ่อน
0-75
น้ำค่อนข้างกระด้าง
75-150
น้ำกระด้าง
150-300
น้ำกระด้างมาก
มากกว่า 300

3. น้ำกระด้างมีกี่ประเภท ?
สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท
• ความกระด้างชั่วคราว ส่วนใหญ่เป็นสารประกอบไบคาร์บอเนตของแคลเซี่ยสและแมกนีเซียม สามารถตกตะกอนได้เมื่อได้รับความร้อนเกิดเป็นตะกรันเกาะตามผิวภาชนะ
• ความกระด้างถาวร เป็นสารประกอบซัลเฟต (SO42)หรือ คลอไรด์ (Cl) ไม่ตกตะกอนเมื่อได้รับความร้อน การกำจัดความกระด้างประเภทนี้ต้องใช้วิธีทางเคมี

4. จะกำจัดความกระด้างอย่างไร ?
เราสามารถกำจัดความกระด้างได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับชนิดของความกระด้าง ความเหมาะสม และปริมาณน้ำที่ต้องการใช้งาน วิธีกำจัดได้แก่
• การต้ม ให้เกิดตะกอนหรือตะกรันแยกจากน้ำ
• ใช้ปูนขาว-เถ้าโซดา(โซดาซักผ้า) ตกตะกอนแคลเซียม หรือ แมกนีเซียม
• การแลกเปลี่ยนไอออน (Ion Exchange)โดยใช้เรซินจับแคลเซียมและแมกนีเซียมไว้และปล่อยโซเดียมออกมาแทนทำให้น้ำกระด้างเปลี่ยนสภาพ วิธีนี้ซึ่งง่ายต่อการใช้งานและดูแลรักษา

5. ความกระด้างในน้ำ มีประโยชน์และปัญหาอย่างไร ?
• แคลเซียมและแมกนีเซียมเป็นแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน ช่วยในการหดตัวและคลายตัวของกล้ามเนื้อโดยเฉพาะกล้ามเนื้อหัวใจ และ
ป้องกันไม่ให้คลอเรสเตอรอลในเลือดสูงขึ้น
• ตะกรันในหม้อน้ำที่เกิดจากความกระด้าง ทำให้เครื่องทำความร้อน ท่อน้ำ ร้อน เครื่องใช้ในครัว ใช้งานได้ไม่เต็มสมรรถภาพ
• น้ำกระด้างสูง ทำให้ผงซักฟอกและสบู่เกิดได้ยาก
• น้ำดื่มที่มีความกระด้างจะมีรสแปลก

6. ความกระด้างในน้ำมีผลต่อสุขภาพหรือไม่ ?
ความกระด้างไม่มีผลเชิงลบต่อสุขภาพ การดื่มน้ำที่มีความกระด้างเท่ากับดื่มน้ำที่มีแคลเซียม และแมกนีเซียมปนอยู่ด้วยซึ่งธาตุทั้งสองนี้มีผลต่อสุขภาพ ดังนี้
แคลเซียม
• ช่วยในการหดตัวของกล้ามเนื้อโดยเฉพาะกล้ามเนื้อหัวใจ
การขาดแคลเซียมหัวใจจะทำงานไม่ปกติ อาจเกิดโรคหัวใจได้
• เป็นตัวเร่ง(Co-Factor)การทำงานของเอนไซม์หลายชนิด
ในร่างกายมนุษย์เช่นการสร้าง DNA เป็นต้น
• ช่วยรักษาสมดุลด่างในร่างกาย
• ช่วยป้องกันการเกิดโรคกระดูกพรุน
แมกนีเซียม
• ช่วยในการคลายตัวของกล้ามเนื้อโดยเฉพาะกล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งต้องทำงานร่วมกับแคลเซียม
• เป็นตัวเร่ง(Co-Factor)ให้กับเอนไซม์ ซึ่งมีหน้าที่เผาผลาญ อาหาร แป้ง น้ำตาล และไขมัน
• เป็นองค์ประกอบของเลซิติน(Lecitin) ป้องกันไม่ให้คลอ เลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้น
• ป้องกันการเกิดนิ่วเนื่องจากการจับตัวของแคลเซียมออก ซาเลต (Calcium Oxalate) ในไตและในถุงน้ำดี

7. ดื่มน้ำประปาแล้วเป็นโรคนิ่วหรือไม่ ?
   ผู้บริโภคมักได้รับข้อมูลว่าความกระด้างทำให้เกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะหรือในไต แต่ในความเป็นจริงคือ
ความกระด้างเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพดังที่กล่าวข้างต้นและอุณหภูมิในร่างกาย (37 องศาเซลเซียส) ไม่สูงพอที่จะทำ
ให้ความกระด้างเปลี่ยนรูปเป็นตะกอนสะสมเกิดเป็นก้อนนิ่วสาเหตุที่แท้จริงของการเกิดโรคนิ่วในทางเดิน
ปัสสาวะ เกิดจากการดื่มน้ำน้อย ทำให้เกลือแร่ที่มีอยู่ในน้ำปัสสาวะเข้มข้นจนเกิดการตกผลึกขึ้น
   ชนิดของเกลือแร่ที่มีอยู่ในน้ำปัสสาวะที่ก่อให้เกิดนิ่วได้แก่ เกลือฟอสเฟต และเกลือคาร์บอเนตของแคลเซียม หรือแมกนีเซียม และ กรดยูริคหรือแคลเซียมออกซาเลทเป็นต้น
   ปัจจัยอื่นๆ ที่ก่อให้เกิดนิ่วได้นอกจาก การดื่มน้ำน้อยเกินไปคือ บริโภคอาหารที่มีสารออกซาเลท และยูริคสูง เช่น ผักโขม ผักติ้ว หน่อไม้ เครื่องในสัตว์ สัตว์ปีก และยอดผักอ่อนบางชนิด

8. ความกระด้างกับคุณภาพน้ำของการประปานครหลวงเป็นอย่างไร ?
   การประปานครหลวงตรวจสอบและเฝ้าระวัง คุณภาพน้ำจากโรงงานผลิตน้ำของการประปานครหลวงอยู่เป็นประจำ ความกระด้างทั้งหมดเป็นหนึ่งในพารามิเตอร์ที่ตรวจสอบ น้ำประปาของการประปานครหลวง ความกระด้างของน้ำอยู่ระหว่าง 80 -115 mg/l as CaCO3จัดเป็นน้ำค่อนข้างกระด้าง

  |ประปาไทยดอมคอม|เทคโนโลยี|

ที่มา : www.mwa.co.th/maintain.html
15 ตุลาคม 2551