มาตรฐานการทดสอบแรงดันน้ำและทำความสะอาดระบบท่อประปา


1. การทดสอบท่อประปา
การทดสอบท่อประปา ตามมาตรฐานของกรมโยธาธิการและผังเมือง (พ.ศ.2521)แบ่งออกเป็น2ระบบ ได้แก่ การทดสอบระบบประปาภายนอกอาคารและการทดสอบระบบท่อประปาภายในอาคาร ดังนี้
1.1 การทดสอบระบบท่อประปาภายนอกอาคาร
การทดสอบระบบท่อประปา ให้กระทำเป็นช่วง หลังจากได้วางท่อประปาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ พร้อมทั้ง ได้มีการเทแท่นคอนกรีตรับท่อโค้งสามทาง เป็นต้น ไว้แล้วไม่น้อยกว่า 36 ชั่วโมง ในช่วงนั้นแล้วเสร็จ โดยทั่วไปท่อประปาที่วางใหม่รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆ จะต้องทดสอบความดันน้ำในท่อและทดสอบการรั่วซึมของท่อ ซึ่งการทดสอบความดันน้ำในท่อและการทดสอบการรั่วซึมของท่อให้กระทำพร้อมกัน เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ในการทดสอบดังกล่าวจะต้องอยู่ในการควบคุมและตรวจสอบของเจ้าของงาน จะปฏิบัติงานอื่นๆต่อเช่น บรรจบท่อเข้ากับท่อเดิม ย้ายบรรจบท่อแยกเข้าอาคาร บ้านพัก พร้อมยกเลิกท่อเดิมและซ่อมผิวจราจร ทางเท้า ผิวดินเดิมเป็นต้น ไม่ได้จนกว่าจะทดสอบความดันน้ำในท่อและทดสอบการรั่วซึมของท่อได้ผลตาม ที่กำหนดไว้นี้
ขั้นตอนการทดสอบความดันน้ำและการรั่วซึมของท่อประปาให้ปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
1. ค่อยๆเติมน้ำเข้าเส้นท่อประปาที่วางใหม่อย่างช้าๆ จนเต็มท่อก่อนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง
2. ไล่อากาศออกจากเส้นท่อ วาล์ว หัวดับเพลิงและอุปกรณ์ท่อต่างๆ ทั้งหมด
3. อัดความดันด้วยวิธีการและเครื่องมือที่เหมาะสมตามที่เห็นสมควร ขนาดความดันที่ใช้ ทดสอบ ท่อประปาขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 500 มิลลิเมตร ถึง 1,800 มิลลิเมตร ให้ใช้ไม่น้อยกว่า 0.8 เมกาปาสกาล (8 กิโลกรัมต่อตรารางเซนติเมตร) และท่อประปาขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 400 มิลลิเมตร ลงมาให้ใช้ไม่น้อยกว่า 0.6 เมกาปาสกาล (6 กิโลกรัมต่อตารางเซนติเมตร) โดยต้องคงความดันนี้ไว้ให้คงที่ไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง มาตรวัดความดันที่นำมาใช้จะต้องผ่านการทดสอบเทียบ (Calibration) ด้วย
4.ตรวจสอบดูการรั่วซึมของท่อประปาและที่ข้อต่อ ถ้าตรวจพบมีการรั่วซึมของท่อ จะต้องดำเนินการซ่อมรอยรั่ว หลังจากท่อประปาได้รับการซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่เรียบร้อยแล้ว จะต้องได้รับการทดสอบทั้งความดันน้ำและการรั่วซึมอีกครั้งหนึ่งและจะต้องทดสอบจนกว่าจะได้ผลเป็นที่น่าพอใจ
1.2 การทดสอบท่อประปาภายในอาคาร
การทอสอบท่อประปาภายในอาคาร ให้กระทำเป็นช่วงๆ เพื่อทดสอบการรั่วซึมของน้ำ อนึ่งท่อประปาที่ฝังไว้ใต้ดินหรือผนังจะต้องทดสอบการรั่วซึมของน้ำก่อนกลบดิน หรือฉาบปูนปิดไป และเมื่อติดตั้งระบบท่อประปาเรียบร้อยทั้งระบบ แล้วจะต้องทดสอบระบบท่อประปาทั้งหมด เพื่อตรวจสอบการรั่วซึมของน้ำรวมทั้งระบบ การทดสอบท่อรั่วซึมให้ปฏิบัติตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้


1) ปิดก๊อกน้ำต่างๆ เพื่อไม่ให้น้ำไหลทิ้งออกจากระบบท่อประปา
2) ให้ใช้น้ำที่มีคุณภาพได้มาตรฐานน้ำดื่มอัดเข้าไปในระบบท่อประปา โดยให้มีขนาดความดันสูงกว่าความดันที่ใช้งานร้อยละ 50 ในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง
3) ตรวจสอบหารอยรั่วซึมของน้ำ
4) หากผลการตรวจสอบหรือทดสอบปรากฏว่ามีท่อรั่วหรือชำรุด ไม่ว่าจะเป็นด้วยความบกพร่องในคุณภาพของวัสดุท่อ หรือฝีมือการติดตั้ง จะต้องแก้ไขหรือเปลี่ยนใหม่ให้ทันที
5) ให้ทดสอบท่อรั่วซึมใหม่อีกครั้งจนปรากฏผลว่าระบบท่อประปาที่ติดตั้งเรียบร้อยใช้งานได้ถูกต้องกับความประสงค์ทุกประการ ให้ซ่อมท่อตำแหน่งทดสอบโดยวิธีถอดออกต่อใหม่ หรือเปลี่ยนของใหม่เท่านั้น ห้ามใช้วิธีปะปิดที่รูรั่วซึมหรือที่ข้อต่อเป็นอันขาด สำหรับท่อประปาที่จะต้องฝังไว้ใต้ดิน หรือในผนังให้ทดสอบการรั่วซึมของน้ำ ก่อนงานติดตั้งท่อประปาทั้งหมดจะแล้วเสร็จ โดยให้ทดสอบเฉพาะตอนนั้นๆ โดยวิธีเดียวกับที่กล่าวข้างต้นในท่อก่อนที่จะฝังหรือฉาบปูนปิดไป
2. การทำความสะอาดท่อประปา
การทำความสะอาดท่อประปาแบ่งออกเป็น 2 ระบบ ได้แก่ การทำความสะอดระบบท่อประปา ภายนอกอาคาร และการทำความสะอาดระบบท่อประปาภายในอาคาร ดังนี้
2.1 การทำความสะอาดระบบท่อประปาภายนอกอาคาร
ภายหลังจากที่ได้วางท่อประปาพร้อมติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ และได้ผ่านการทดสอบระบบท่อประปาเรียบร้อยแล้ว จะต้องชะล้างทำความสะอาดท่อและฆ่าเชื่อโรคในท่อนี้จนได้ผลเป็นที่น่าพอใจ โดยจะต้องดำเนินการในช่วงเวลาที่เหมาะสม
2.1.1 ขั้นตอนการรักษาความสะอาดในท่อ
1) จะต้องระมัดระวังสิ่งสกปรกต่างๆ เข้าภายในท่อและอุปกรณ์ท่อในระหว่างขนส่งท่อและอุปกรณ์ท่อเพื่อก่อสร้าง
2) ปิดช่วงเปิดท่อด้วยปลั๊กขณะที่เก็บไว้เตรียมใช้ในการก่อสร้าง
3) หากพบภายในท่อสกปรก จะต้องทำความสะอาดและเช็ดบริเวณที่สกปรกด้วยน้ำคลอรีน
(Calcium Hypochlorite Solution)
2.1.2 ขั้นตอนการฆ่าเชื่อโรคในระบบท่อประปา
1) ก่อนเริ่มงานฆ่าเชื้อโรคในระบบท่อประปา จะต้องแจ้งให้เจ้าของงานทราบเสียก่อน
2) ภายหลังจากที่ได้วางท่อและทดสอบท่อผ่านเรียบร้อยแล้ว ให้ปล่อยน้ำสะอาดเข้าสู่เส้นท่อจนเต็มเพื่อไล่อากาศ และชะล้างสิ่งสกปรกต่างๆ ออกให้หมดจนกว่าน้ำที่ปล่อยออกจากเส้นท่อจะใสไม่มีสี
3) ให้เติมคลอรีนลงในระบบท่อประปาด้วยการใช้น้ำสะอาดผสมคลอรีนผง (Calcium Hypochlorite) ด้วยวิธีเติมแบบต่อเนื่องด้วยอัตราการเติมคงที่ โดยผ่านเข้าทางท่อแยกที่อยู่ปลายด้านหนึ่งของท่อประปา ในเวลาเดียวกันก็ระบายน้ำออกจากท่อทางปลายอีกด้านหนึ่ง ในตารางที่ 1 ได้แสดงแนวทางในการคำนวณน้ำหนักของคลอรีนผง (Calcium Hypochlorite) ที่ต้องการใช้ในท่อประปาแต่ละขนาดต่อความยาวท่อ 100 เมตร
4) รอจนกระทั่งตรวจสอบได้ว่า น้ำในตลอดเส้นท่อมีคลอรีนเหลือในน้ำไม่น้อยกว่า 25 มิลลิกรัมต่อลิตร จึงปิดปลายท่อปล่อยให้น้ำคลอรีนขังไว้ในท่อเป็นเวลาอย่างน้อย 24 ชั่วโมง เมื่อครบ 24 ชั่วโมงน้ำในเส้นท่อจะต้องมีคลอรีนเหลือตกค้าง (Residual Chlorine) ไม่น้อยกว่า 10 มิลลิกรัมต่อลิตร หากพบว่ามีคลอรีนเหลือตกค้างน้อยกว่า 10 มิลลิกรัมต่อลิตรให้ล้างท่อและฆ่าเชื้อโรคซ้ำตามขั้นตอนที่กล่าวมาแล้วข้างต้นอีกครั้ง
5) หลังจากเสร็จสิ้นในการฆ่าเชื้อโรคในท่อประปาแล้ว จะต้องชะล้างน้ำคลอรีนออกจากเส้นท่อจนกระทั้งมีคลอรีนเหลือตกค้างในท่อน้ำน้อยกว่า 1 มิลลิกรัมต่อลิตร
2.1.3 มาตรการแก้ไขระหว่างการวางท่อ
2.1.3.1 หากไม่สามารถดำเนินการวางท่อในสภาพแห้งได้ จะต้องปรับสภาพน้ำที่ไหลเข้ามาในท่อให้มีคลอรีนเข้มข้น 25 มิลลิกรัมต่อลิตร
2.1.3.2 ในกรณีที่เกิดน้ำท่วมขังในบริเวณที่วางท่อ ให้สูบน้ำที่ท่วมออกจากเส้นท่อ รวมทั้งให้ชะล้างทำความสะอาดเส้นท่อ จะต้องเติมน้ำคลอรีนลงในเส้นท่อปล่อยให้น้ำคลอรีนขังในเส้นท่อไม่น้อยกว่า 24 ชั่วโมง และเมื่อครบ 24 ชั่วโมงแล้ว จะต้องมีคลอรีนเหลือตกค้างในเส้นท่อไม่น้อยกว่า 25 มิลลิกรัมต่อลิตร
2.1.3.3 ในการตัดบรรจบท่อเดิม หากมีน้ำท่วมบริเวณร่องดินที่วางท่อเป็นเหตุให้สิ่งสกปรกปนเปื้อนเข้าไปในเส้นท่อได้ ให้เติมผงคลอรีนไว้ในท่อก่อนที่จะประกอบและติดตั้งท่อในร่องดิน หรือให้ปรับสภาพน้ำในร่องดินดังกล่าวด้วยคลอรีนเสียก่อน

ตารางที่ 1 ปริมาณคลอรีนผง ( Calcium Hypochlorite) สำหรับใช้ล้างท่อประปาภายนอกอาคารต่อความยาวท่อ 100 เมตร เพื่อให้น้ำในท่อมีคลอรีน 25 มิลลิกรัมต่อลิตร

 (ข้อ2.1.2)

หมายเหตุ 1) ปริมาณคลอรีนผง ( Calcium Hypochlorite) ที่ใช้ (สำหรับกรณีใช้คลอรีน X %)เพื่อใช้ล้างท่อยาว 100 เมตร หน่วยเป็นกรัม

2.2 การทำความสะอาดระบบท่อประปาภายในอาคารและถังเก็บน้ำประปา
เมื่อทดสอบระบบประปา และพบว่าไม่มีการรั่วซึมใดๆ แล้ว ต้องทำความสะอาดระบบท่อประปาและถังเก็บน้ำประปาจะต้องทำให้การติดตั้งระบบท่อน้ำประปาและถังเก็บน้ำประปาปราศจากเชื้อจุลินทรีย์โดยใช้สารละลายคลอรีนเข้มข้นเพื่อทำลายเชื้อ
2.2.1 วิธีทำความสะอาดท่อประปาให้ปฏิบัติตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้
1) ใช้สารละลายคลอรีนเข้มข้นเติมลงไปในระบบท่อประปาหรือส่วนของระบบท่อประปาที่มีน้ำขังอยู่เต็ม
2) เปิดให้น้ำมีการหมุนเวียนจนกระทั่งน้ำประปาในระบบท่อมีคลอรีนเข้มข้นไม่ต่ำกว่า
50 มิลลิกรัมต่อลิตร หรือ 50 ส่วนในล้านส่วน (50 ppm) ในตารางที่ 2 ได้แสดงแนวทางในการคำนวณน้ำหนักของคลอรีนผง (Calcium Hypochlorite) ที่ต้องการใช้ในท่อประปาแต่ละขนาดต่อความยาวท่อ 100 เมตร
3) ให้ปล่อยน้ำแช่ทิ้งไว้นาน 24 ชั่วโมง เมื่อครบกำหนดแล้วให้เปิดวาล์วทุกวาล์ว รวมทั้งวาล์วระบายน้ำทิ้งด้วย แล้วใช้น้ำสะอาดไล่สารละลายคลอรีนให้ออกจากระบบท่อประปาจนกระทั้งน้ำที่ออกมามีคลอรีนเหลืออยู่ไม่ถึง 0.2 มิลลิกรัมต่อลิตร จึงหยุดได้และถือว่างานทำความสะอาดระบบท่อประปาได้เสร็จสิ้น

ตารางที่ 2 ปริมาณคลอรีนผง ( Calcium Hypochlorite) สำหรับใช้ล้างท่อประปาภายในอาคารต่อความยาวท่อ 100 เมตร เพื่อให้น้ำในท่อมีคลอรีน 50 มิลลิกรัมต่อลิตร

 (ข้อ2.2.1)

หมายเหตุ 1) ปริมาณคลอรีนผง ( Calcium Hypochlorite) ที่ใช้ (สำหรับกรณีใช้คลอรีน X %)เพื่อใช้ล้างท่อยาว 100 เมตร หน่วยเป็นกรัม

2.2.2 วิธีทำความสะอาดถังเก็บน้ำประปา
วิธีทำความสะอาดถังเก็บน้ำประปาให้ปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
1) ให้ใช้แปรงขนแข็งทำความสะอาดผิวภายในถังประปา พร้อมทั้งล้างผิวด้วยน้ำสะอาดเพื่อให้คราบและสิ่งสกปรกออกจนหมด
2) ให้ใช้คลอรีนผสมน้ำสะอาด ให้มีความเข้มข้นไม่ต่ำกว่า 200 มิลลิกรัมต่อลิตร หรือ 200 ส่วนในล้านส่วน (200 ppm) ฉีดหรือชโลมผิวถังเก็บน้ำประปาให้ทั่วผิวถัง ในตรารางที่ 3 ได้แสดงแนวทางการคำนวณน้ำหนักของคลอรีนผง (Calcium Hypochlorite) ที่ต้องการใช้ในถังเก็บกักน้ำประปาแต่ละขนาดความจุ

ตารางที่ 3 ปริมาณคลอรีนผง ( Calcium Hypochlorite) สำหรับใช้ล้างถังกักเก็บน้ำประปา เพื่อให้น้ำในท่อมีคลอรีน 200 มิลลิกรัมต่อลิตร

 (ข้อ2.2.2)

หมายเหตุ 1) ปริมาณคลอรีนผง ( Calcium Hypochlorite) ที่ใช้ (สำหรับกรณีใช้คลอรีน X %)เพื่อใช้ล้างท่อยาว 100 เมตร หน่วยเป็นกรัม

 


การวางท่อประปาเสร็จแล้วจะต้องล้างท่อ
และทดสอบแรงดันน้ำในเส้นท่อ


 การทดสอบแรงดันน้ำในเส้นท่อประปา

 


การวัดแรงดันน้ำภายในอาคาร

 


 


การล้างท่อและระบายตะกอนในเส้นท่อ


 


การล้างตะกอนในถังน้ำใส

 


 

                 


|เทคโนฯ|ประปาไทย|

ที่มา : มาตรฐานการติดตั้งท่อประปา กรมโยธาธิการและผังเมือง (พ.ศ. 2551)