ดื่มน้ำประปาทำให้เป็นโรคอัลไซเมอร์จริงหรือ ?


รคอัลไซเมอร์ได้รับการวินิจฉัยครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1906 โดยนายแพทย์ Alois
Alizheimer ชาวเยอรมัน อัลไซเมอร์เกิดจากการตายของเซลล์ประสาทที่ไม่มีการสร้างเซลล์ใหม่มาทดแทน ทำให้เซลล์สมองค่อยๆ เสื่อมลงจนมีผลกระทบต่อการรับรู้ต่างๆ
อาการทั่วไปของผู้เป็นโรคอัลไซเมอร์ได้แก่ ความบกพร่องทางความจำ ความคิดและการใช้เหตุผล อาทิ หลงลืมของที่ใช้เป็นประจำ นึกคำหรือประโยคที่พูดไม่ออก สับสนเรื่องเวลาและสถานที่ จำบุคคลที่เคยรู้จักหรือคุ้นเคยไม่ได้ อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด ก้าวร้าว และสุดท้ายมีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น ไม่สามารถใช้อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้านได้อย่างเหมาะสม ทั้งที่เคยใช้ประจำ ไม่สามารถไปสถานที่ที่คุ้นเคย เป็นต้น
ปัจจุบันยังไม่สามารถระบุสาเหตุของโรคที่แน่ชัด มีเพียงปัจจัยที่มีแนวโน้มก่อให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ ซึ่งนอกจากขึ้นอยู่กับอายุ ก็ยังมีประเด็นของพันธุกรรม และปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม
• ปัจจัยทางพันธุกรรม เป็นสิ่งที่พิสูจน์และมั่นใจไม่ได้ 100% แต่มีรายงานและผลวิจัยต่างๆ ระบุว่า หากคนใกล้ชิดในครอบครัวเป็นโรคอัลไซเมอร์ โอกาสที่จะเป็นโรคอัลไซเมอร์ก็มีมากกว่าคนที่ไม่มีประวัติสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคนี้
• ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม หลายปีที่ผ่านมาเกิดความสงสัยและเชื่อว่าอลูมิเนียมอาจเป็นเหตุที่ทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ เนื่องจากมีการตรวจพบอลูมิเนียมในเนื้อสมองของผู้ป่วย ซึ่งประเด็นนี้ไม่ได้รับการยอมรับในปัจจุบันอีกต่อไป เพราะไม่พบหลักฐานแสดงความสัมพันธ์กันอย่างเด่นชัด และผู้ป่วยอัลไซเมอร์ซึ่งมีอายุมากมักมีความผิดปกติในระบบอื่นของร่างกาย เช่น ระบบไต จึงเกิดการสะสมของอลูมิเนียมในเนื้อเยื่อ

อลูมิเนียมเป็นสารที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลาย เราอาจไม่รู้เลยว่าขณะนี้อาหารที่เรารับประทานหรือผลิตภัณฑ์ที่เราใช้อยู่มีอลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบ เพราะแม้แต่ในยาลดกรดในกระเพาะอาหาร (Antacid) ยาแอสไพรินแก้ปวดก็มีส่วนผสมเป็นอลูมิเนียม ขนมบางชนิด เช่น โดนัท วาฟเฟิล มัฟฟิน (ในขนมเหล่านี้จะใช้เกลือโซเดียมอลูมิเนียมฟอสเฟต) สีผสมอาหาร ยาสีฟัน โดยเฉพาะชนิดที่ทำให้ฟันขาว สารระงับเหงื่อ หรือแม้แต่ในน้ำที่มีการเติมสารส้ม (อลูมิเนียมซัลเฟต) เพื่อทำให้ความขุ่นตกตะกอนเป็นน้ำใสขึ้น และภัยมืดที่เรามักมองข้ามไปคือภาชนะที่เราใช้ประกอบอาหาร เช่น กระทะ หม้อ ซึ่งถ้าเรานำภาชนะเหล่านี้มาประกอบอาหารนั่นหมายถึงการปนเปื้อนของโลหะอลูมิเนียมในอาหารที่เรารับประทาน หรือแม้แต่การใช้ฟอยด์อลูมิเนียมห่ออาหารเช่นการเผาอาหารทะเล หรือการอบขนมหวาน และในอุตสาหกรรมน้ำอัดลมและนมก็มีการใช้กระป๋องหรือกล่องบรรจุที่มีอลูมิเนียมเป็นส่วนประกอบ

จะเห็นว่าเรามีโอกาสที่จะได้รับหรือสัมผัสกับอลูมิเนียมได้หลายทางด้วยกัน ถึงแม้ว่าอลูมิเนียมจะมีอันตรายน้อยกว่าสารปรอท ตะกั่ว แคคเมียม สารหนูก็ตาม แต่การได้รับสารประเภทนี้เป็นประจำจะเกิดการสะสมในร่างกายและเกิดการสลายที่ค่อนข้างช้ากว่าโลหะชนิดอื่น ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคุณควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือได้รับสารที่มีอลูมิเนียมเป็นองค์ประกอบ นอกจากนี้การกินอาหารที่มีแคลเซียม แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก จะช่วยยัยั้งการดูดซึมอลูมิเนียมออกจากร่างกายอีกด้วย อย่างไรก็ตามในคนที่มีสุขภาพ อยู่ในเกณฑ์ปกตินั้น แม้จะได้รับอลูมิเนียมเข้าสู่ร่างกายจากแหล่ง ระบบไต ก็สามารถกำจัดอลูมิเนียมออกได้ ตามธรรมชาติ

ต่อข้อกังวลเรื่องการดื่มน้ำประปาซึ่งใช้สารส้มในการตกตะกอนความขุ่น แล้วส่งผลให้ผู้ดื่มเป็นโรคอัลไซเมอร์นั้น มีรายละเอียดที่ควรรู้คือ สารส้ม มีสูตรเคมี
Al2 (SO4)3.18H2O ดังนั้นธาตุหรืออนุมูลที่เป็นองค์ประกอบของสารส้มคือ Al SO4 และ H2O ซึ่ง SO4 หรือ H2O นั้น เป็นองค์ประกอบของสารอินทรีย์ทั่วไป ไม่เป็นพิษต่อมนุษย์
จุดประสงค์ของการใส่สารส้มในน้ำคือการให้อลูมินั่มซึ่งมีประจุบวก ไปจับกับคอลลอยด์ซึ่งมีประจุลบเกิดเป็นตะกอนก้อนใหญ่ หนักพอที่จะตกลง หรือใหญ่พอิที่จะกรองออกจากน้ำได้ ดังนั้น ถ้าน้ำขุ่นมาก ก็อาจต้องใส่สารส้มหรืออลูมินั่มหลงเหลือในน้ำ เพราะอลูมินั่มไปทำปฏิกิริยากับความขุ่น ตกตะกอนนอนก้นหมด

ปริมาณสารส้มที่ใส่ใน้ำสำหรับการผลิตน้ำประปานั้นอยู่ระหว่าง 10-60 มก./ล. ถ้าน้ำขุ่นมากๆ การใช้สารส้มเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ก็ต้องหาวิธีการอื่นหรือทางเลือกอื่น เช่นให้น้ำขุ่นนั้นตกตะกอนในเบื้องต้น หรือใช้โพลิเมอร์ช่วยในการรวมตะกอนเพื่อเป็นการประหยัดปริมาณสารส้ม จึงไม่มีการใส่สารส้มปริมาณมาก เพื่อให้เกินพอในการตกตะกอน เพราะเป็นการไม่ประหยัด และไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องใส่สารส้มให้มากเกินพอ แต่ใส่สารส้มเพียงเพื่อกำจัดความขุ่นให้ “เกือบหมด” คือน้ำใสนั้นไม่ได้ใสถึงที่สุด แต่ใสจนสังเกตไม่พบความขุ่น จนเกิดความไม่น่าดื่มน่าใช้ อีกทั้งน้ำที่ตกตะกอนด้วยสารส้มแล้วยังต้องผ่านการกรองอีกขั้นด้วยการเติมสารส้มในปริมาณพอเหมาะเพื่อให้น้ำใสที่มีคุณภาพเหมาะสมกับการใช้งาน

ในการหาปริมาณสารส้มที่ต้องเติมนั้น จะมีการทดลองหาปริมาณที่เหมาะสมเป็นระยะๆ เพราะน้ำนั้นขุ่นไม่เท่ากัน  เช่นทุกวัน ทุกสัปดาห์ หรือทุกเดือน แล้วแต่ขนาดของระบบประปา  ว่าต้องใส่สารส้มเป็นปริมาณเท่าใด จึงจะทำให้ได้น้ำใสที่มีคุณภาพ “เหมาะสม” กับการใช้งาน เพราะจุดประสงค์ของการผลิตน้ำประปา ก็คือการผลิตน้ำประปาให้ได้คุณภาพที่ “เหมาะสม” กับการใช้งาน ในราคาต้นทุนการผลิตที่ “เหมาะสม” ดังนั้น ในน้ำประปาจะมีปริมาณอลูมินั่มตกค้างน้อย เพราะส่วนมากนั้นทำปฏิกิริยากับคอลลอยด์เป็นตะกอนตกลงพื้นหรือโดนกรองออกหมดแล้ว ด้วยเหตุผลข้างต้น การใช้สารส้มเป็นสารรวมตะกอนความขุ่น จึงถือได้ว่ามีความปลอดภัยมากที่สุดตัวหนึ่ง ซึ่งแม้แต่องค์การอนามัยโลเองก็ไม่ได้ระบุเกณฑ์กำหนดปริมาณอลูมิเนียมในน้ำดื่ม เนื่องจากไม่ส่งผลทั้งต่อสุขภาพและความน่าดื่มน่าใช้

บทสรุป โรคอัลไซเมอร์เกิดจากหลายปัจจัย ผู้ป่วยโรคนี้มักเป็นคนสูงอายุที่มีปัญหาการทำงานของไต ซึ่งเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้พบอลูมิเนียมสะสมในสมอง แต่อลูมิเนียมไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ โดยปกติเราได้รับอลูมิเนียมจากหลายๆ ทาง สารส้มที่ใช้ในกระบวนการผลิตน้ำประปาเป็นเพียงแหล่งอลูมิเนียมเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับแหล่งอื่น และเป็นปริมาณที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพ จึงไม่มีการกำหนดปริมาณอลูมิเนียมในเกณฑ์กำหนดเพื่อการบริโภคน้ำดื่มขององค์การอนามัยโลก
 


|ประปาไทย|เทคโนฯ|


ที่มา
Mark Nichols with Dan Hawaleshka, Alzheimer’s and Tap Water