กรมวิทย์ ยัน ตรวจขวดน้ำพลาสติกทิ้งกลางแดดร้อน ไม่พบสารพิษไดออกซิน

               กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันไม่เคยมีรายงานการตรวจพบสารไดออกซินในขวดพลาสติกบรรจุน้ำดื่ม พร้อมเผยผลการทดลองโดยนำตัวอย่างน้ำดื่มที่บรรจุในขวดพลาสติก ที่จำหน่ายในท้องตลาด ชนิดพอลิเอทิลีน (PE) พอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลด (PET) พอลิพรอพิลีน(PP) พอลิคาร์บอเนต (PC) และพอลิไวนิลคลอไรด์ (PVC) ไปวางในรถยนต์ที่จอดกลางแดด 1 วัน และ 7 วัน จากนั้นนำไปตรวจวิเคราะห์หาสารประกอบกลุ่มไดออกซินและพีซบี โดยใช้เทคนิคและวัดปริมาณ ด้วยเครื่องมือวิเคราะห์ขั้นสูง ผลตรวจไม่พบในทุกตัวอย่าง
                            นายแพทย์อภิชัย มงคล อธิบดี  กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า จากกระแสข่าวผ่านทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์และสื่อสังคมออนไลน์เตือนให้หลีกเลี่ยงการบริโภคน้ำดื่มบรรจุขวดพลาสติกที่เก็บในหลังรถยนต์ และจอดกลางแดด โดยมีโอกาสได้รับสารไดออกซินที่แพร่ออกมาจากขวดน้ำพลาสติก เนื่องจากอากาศร้อนจัด อาจทำให้เกิดมะเร็งเต้านม หรือมะเร็งอื่นๆได้ ทำให้ผู้บริโภคเกิดความตื่นกลัวถึงอันตรายจากกรดื่มน้ำบรรจุ ขวดพลาสติก ในเรื่องนี้ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร ซึ่งภารกิจในการวิเคราะห์ วิจัยทางด้านไดออกซิน  น้ำดื่ม และวัสดุสัมผัสอาหาร  ขอชี้แจงข้อมูลเพื่อให้ความรู้ผู้บริโภคดังนี้   

       
                           
สารไดออกซิน    (Dioxins) เป็นชื่อกลุ่มสารที่มีโครงสร้างและคุณสมบัติทางเคมีใกล้เคียงกัน ประกอบด้วย สารกลุ่มโพลี  คลอริเนตเตท ไดเบนโซพารา  ไดออกซิน (Polychlorinated dibenzo-para-dioxins : PCDDS) สารกลุ่มโพลีคลอริเนตเตท ไดเบนโซ ฟูแรน           (Polychlorinated dibenzo furans : PCDFS) และสารกลุ่มโพลีคลอรินเนตเตทไบฟีนิล ที่มีคุณสมบัติคล้ายสารไดออกซิน (Dioxins - like  Polychlorinated  biphenyls : DL – PCBs) ซึ่งกลุ่มสารไดออกซินที่ก่อให้เกิดพิษมี 29 ตัว และสารแต่ละตัวจะมีค่าความเป็นพิษแตกต่างกัน  โดยมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่น่าเชื่อถือว่าสาร 2,3,7,8 – Tetrachlorodibenzo-para-dioxin (2,3,7,8-TCDD) เป็นสารที่มีความเป็นพิษสูงสุด     สารไดออกซินเป็นผลผลิตทางเคมีที่เกิดขึ้น โดยมิได้ตั้งใจ  จากการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ แหล่งกำเนิดสำคัญของสารกลุ่มนี้ คือ กระบวนการผลิตเคมีภัณฑ์ที่มีสารคลอรีนเป็นองค์ประกอบ เช่น อุตสาหกรรมผลิตเยื่อกระดาษ อุตสาหกรรมผลิตยาฆ่าแมลง เป็นต้น หรือกระบวนการเผาไหม้อุณหภูมิสูงทุกชนิด เช่น เตาเผา ขยะทั่วไป เตาเผาขยะจากโรงพยาบาล เตาเผาศพ การเผาไหม้ของเชื้อเพลิง    และการใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิง เป็นต้น การสร้างกลุ่มสาร ไดออกซินจากการเผาไหม้จะอยู่บนช่วงอุณหภูมิประมาณ 200-550 องศาเซลเซียส และจะเริ่มถูกทำลายเมื่ออุณหภูมิ 850 องศาเซลเซียสขึ้นไป ทำให้มีการปลดปล่อยและสะสมสารกลุ่มนี้ในสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นทางอากาศ  ดิน หรือน้ำ ซึ่งสามารถปนเปื้อนเข้าสู่ห่วงโซ่อาหารของมนุษย์ได้


                            นายแพทย์อภิชัย กล่าวต่ออีกว่า กระแสข่าวเรื่องไดออกซินละลายออกมาจากขวดบรรจุน้ำดื่มเมื่อวางไว้ในที่ร้อนๆ เช่น หลังรถยนต์นั้น เป็นเหมือนเรื่องเล่าต่อๆกันมา โดยปราศจากแหล่งข้อมูลที่แน่ชัด ความจริงที่สืบค้นจากข้อมูลทางวิชาการที่มีการศึกษาวิจัย และเผยแพร่ในวารสารที่มีการพิจารณาตรวจแก้จากผู้ทรงคุณวุฒิ สรุปได้ว่า ไม่เคยมีรายงานการตรวจพบไดออกซินในพลาสติก และสารเคมีต่างๆที่มีการกล่าวอ้างว่า ละลายออกมาจากขวดพลาสติกทั้งในสภาวะอุณภูมิสูงหรือสภาวะแช่แข็ง แล้วทำปฏิกิริยาเกิดเป็นสารไดออกซินนั้น ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สนับสนุนว่าเกิดขึ้นได้


                  ความจริง คือ ขวดพลาสติก ขนาดเล็ก ปัจจุบันมีอยู่ 2 ชนิด คือ ขวดสีขาวขุ่น ทำจากพลาสติกชนิด
PE
(พอลิเอทิลีน) และขวดใสไม่มีสีทำจากพลาสติกชนิด PET (พอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต) ซึ่งนิยมใช้กันมากกว่าขวดแบบขาวขุ่น  สำหรับขวดบรรจุน้ำ ชนิดเติม ซึ่งมีการบรรจุซ้ำจะเป็นขวดบรรจุประมาณ 20 ลิตรมี 3 ชนิด คือ ขวดสีขาวขุ่นทำจากพลาสติก ชนิด PP (พอลิพรอพิลีน) ขวดชนิดเติมใส สีฟ้าอ่อน หรือสีเขียวอ่อน ทำจากพลาสติกชนิด PC (พอลิคาร์บอเนตบอเนต) และขวดพลาสติกชนิด PET พลาสติกเหล่านี้ไม่มีสารคลอรีน เป็นองค์ประกอบที่จะเป็นต้นกำเนิดของไดออกซิน หรือถึงแม้ว่าพลาสติกชนิดอื่น เช่น พอลิไวนิลคลอไรด์(PVC) มีสารคลอรีนเป็นองค์ประกอบ แต่อุณหภูมิของน้ำในขวดไม่ได้สูงมากพอที่จะทำให้เกิดสารไดออกซินขึ้นมาได้ อีกทั้งไม่นิยมใช้เพื่อบรรจุน้ำบริโภค  ด้วยเหตุนี้ห้องปฏิบัติการไดออกซิน สำนักคุณภาพและปลอดภัยอาหาร  กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จึงทำการทดลองโดยซื้อตัวอย่างน้ำดื่มที่บรรจุในขวดพลาสติกชนิดพอลิเทิลีน  พอลิเอทิลีนเทเรฟทาเลต พอลิพรอพิลีน พอลิคาร์บอเนต และพอลิไวนิลคลอไรด์ที่จำหน่ายในตลาดสดและซุปเปอร์มาเก็ต จำนวน 18 ยี่ห้อ และนำไปวางในรถทีจอดกลางแดดเป็นเวลา 1 วันและ 7 วัน จากนั้นตรวจวิเคราะห์สารประกอบกลุ่มไดออกซิน จำนวน 17 ตัว และพีซีบี จำนวน 18 ตัว โดยใช้เทคนิคขั้นสูง Isotope Dilution และวัดปริมาณ  ด้วยเครื่องมือ High Resolution Gas Chromatography/high Resolution Mass  Spectrometry  ผลการวิเคราะห์  สรุปว่าตรวจไม่พบ สารประกอบกลุ่มใด ไดอออกซินและพีบีซีในทุกอย่าง  ขอแนะนำผู้บริโภคควรพิจารณาแหล่งของข่าวสารต่างๆที่ได้รับจากสื่ออิเล็กทรอนิกส์และตรวจสอบที่มีด้วยเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องน่าเชื่อถือ

 


|หน้าแรก|ประปาไทยดอตคอม|เทคโนโลยี|

ที่มา :  ข่าวสด ออนไลน์ วันที่ 2 มิถุนายน 2557