แนวคิดการจัดสรรน้ำในระบบลุ่มน้ำ

ปัญหาการจัดสรรน้ำในประเทศไทย

       เนื่องจากการพัฒนาประเทศ รวมทั้งประชากรที่เพิ่มขึ้นในลุ่มน้ำ ส่งผลให้มีการใช้น้ำของทุกภาคส่วนมีข้อขัดแย้ง แย่งชิงน้ำกันมากขึ้น และทำให้เกิดผลกระทบต่อระบบนิเวศลุ่มน้ำ ได้แก่น้ำเค็มลุกล้ำ
          การที่มีหลายหน่วยงานมีส่วนรับผิดชอบในการพัฒนาโครงการต่างๆ เช่น ทางด้านการเกษตร อยู่ในความรับผิดชอบของกรมชลประทาน ทางด้านอุปโภคบริโภคอยู่ในความรับผิดชอบของการประปานครหลวง และการประปาส่วนภูมิภาค การท่องเที่ยวอยู่ในความรับผิดชอบของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และอุตสาหกรรมอยู่ในความรับผิดชอบของการนิคมอุตสาหกรรม และกรมโรงงานอุตสาหกรรม  คณะกรรมการลุ่มน้ำที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นภายใต้ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่มีอำนาจในการบังคับภาคเอกชน ในการใช้น้ำภายใต้ระเบียบดังกล่าวนี้
          ในทางปฏิบัติการใช้น้ำมักจะขึ้นอยู่กับที่สถานที่ตั้งผู้ที่อยู่ด้านต้นน้ำมักจะทำการเก็บและนำน้ำไปใช้ก่อน ทำให้ไม่มีน้ำเพียงพอสำหรับการใช้น้ำของผู้ที่อยู่ด้านท้ายน้ำ ทำให้เกิดปัญหาข้อขัดแย้ง และไม่มีน้ำไว้สำหรับผลักดันน้ำเค็มทำให้ผู้อยู่ปากแม่น้ำและด้านท้ายน้ำมีความเดือดร้อน

แนวความคิดในการจัดสรรน้ำในระบบลุ่มน้ำ

          จากสภาพการจัดการลุ่มน้ำดังกล่าว และเนื่องจากไม่มีกฎระเบียบในการใช้น้ำ ของภาคส่วนต่างๆ ในลุ่มน้ำ จึงจำเป็นต้องมีแนวทางดำเนินการให้ทุกภาคส่วนดำเนินการสร้างข้อตกลงและปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้น้ำร่วมกันโดยอยู่บนพื้นฐานการมีข้อมูลเดียวกัน และมีความเข้าใจในสถานการณ์น้ำร่วมกัน โดยมีขั้นตอนการดำเนินการดังนี้
          1) ลงทะเบียนผู้ใช้น้ำในลุ่มน้ำการลงทะเบียนผู้ใช้น้ำ เป็นการรวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำฐานข้อมูลผู้ใช้น้ำในพื้นที่และผู้ใช้น้ำแจ้งความต้องการน้ำรายเดือนที่จะใช้น้ำประจำปี เพื่อทราบความต้องการน้ำในช่วงเวลาต่างๆ
          2) พัฒนาแบบจำลองการจัดสรรน้ำ และวิเคราะห์ประมวลผลการจัดสรรน้ำการพัฒนาแบบจำลองการจัดสรรน้ำ และวิเคราะห์ประมวลผลการจัดสรรน้ำ เป็นการจัดทำ และพัฒนาแบบจำลองด้านการจัดสรรน้ำ เพื่อจำลองเหตุการณ์ใช้น้ำในลุ่มน้ำให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำต้นทุนได้แก่ปริมาณน้ำที่เก็บกักในเขื่อนในลุ่มน้ำในพื้นที่ตามสถานการณ์ต่าง ๆ
          3) การสร้างข้อตกลงการใช้น้ำการสร้างข้อตกลงการใช้น้ำ เป็นการตกลงการใช้น้ำโดยผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ตามศักยภาพของปริมาณน้ำในช่วงเวลาต่าง ๆ โดยจะทำการประชุมเพื่อกำหนดความต้องการน้ำ การจัดลำดับความสำคัญในการน้ำในช่วงฤดูแล้งในเดือนสิงหาคม จากนั้นทำการวิเคราะห์ด้วยแบบจำลองในเดือนกันยายน และสุดท้ายจัดทำข้อตกลงการใช้น้ำให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ภายในเดือนตุลาคมของทุกปี
          4) ติดตามประเมินผลการใช้น้ำให้เป็นไปตามข้อตกลงการติดตามประเมินผลการใช้น้ำเป็นการตรวจสอบการใช้น้ำตามข้อตกลงที่ได้จัดทำ โดยผู้มีส่วนได้เสีย ซึ่งหากไม่ดำเนินการตามข้อตกลงต้องมีมาตรการดำเนินการกับผู้ใช้น้ำที่ไม่ใช้ตามข้อตกลง
          5) รายงานผลการจัดสรรน้ำประจำปีรายงานผลการจัดสรรน้ำประจำปี เพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์การใช้น้ำประจำปี รวมถึงปัญหาและกระบวนการที่ควรจัดทำเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

แผนปฏิบัติการเพื่อการจัดสรรน้ำในระบบลุ่มน้ำ

          1) ทำการลงทะเบียนผู้ใช้น้ำในลุ่มน้ำ และกำหนดมาตรฐานการใช้น้ำ รวมทั้งมีการประชาสัมพันธ์ แนวความคิดการจัดสรรน้ำในระบบลุ่มน้ำ
          2) จัดตั้งตัวแทนกลุ่มผู้ใช้น้ำ ในการสร้างข้อตกลงจำเป็นต้องมีตัวแทนกลุ่มผู้ใช้น้ำในลุ่มน้ำย่อย เช่น กลุ่มผู้ใช้น้ำ ด้านการเกษตร ด้านอุตสาหกรรม ด้านการอุปโภคบริโภค ให้ครอบคลุมพื้นที่ลุ่มน้ำย่อยทั้งต้นน้ำและท้ายน้ำ
          3) วิเคราะห์แนวทางการจัดสรรน้ำเบื้องต้นประจำปีตามปริมาณน้ำต้นทุนที่มีอยู่ในทุกปี
          4) ประชาสัมพันธ์ แนวความคิดการจัดสรรน้ำประจำปี ทำการจัดประชุมจัดทำข้อตกลงในการใช้น้ำ ทำการวิเคราะห์และเลือกแนวทางการใช้ น้ำร่วมกันโดยตัวแทนกลุ่มผู้ใช้น้ำ
          5) ตัวแทนกลุ่มผู้ใช้น้ำทำการประชาสัมพันธ์ แนวทางการใช้น้ำและปริมาณน้ำที่ได้รับการจัดสรรจากข้อตกลง ให้กลุ่มผู้ใช้น้ำทราบ และทำข้อตกลงในการดำเนินงานระหว่างผู้ใช้น้ำในกลุ่ม
          6) ตัวแทนกลุ่มผู้ใช้น้ำติดตามประเมินผลการใช้น้ำให้เป็นไปตามข้อตกลง และจัดทำรายงานต่อคณะกรรมการลุ่มน้ำ
          7) คณะกรรมการลุ่มน้ำ รวบรวมข้อมูลประเมินผล และจัดทำรายงานการจัดสรรน้ำในลุ่มน้ำเสนอต่อ คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

 


|ประปาไทย.คอม|การจัดสรรน้ำ|

ที่มา : สำนักบริหารจัดการน้ำ ส่วนจัดสรรน้ำ โดย  ดร. คณพศ  วรรณดี